iTinMod-Logo2
 
Head_Summoners_War.jpg

Rune Cover

Summoner War: Rune

หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในเกมนี้ที่ขาดไม่ได้เลยในการที่จะสร้างทีมของผู้เล่นให้แกร่งขึ้นได้นั้นคือ รูน [Rune]

รูน [Rune] เป็นหินที่ใช้สำหรับสวมใส่ให้กับมอนสเตอร์ในทีม เพื่อเพิ่มค่าสเตตัสต่างๆ ตามที่เราต้องการ โดยจะมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมเมื่อใส่ครบเซ็ตตามเงื่อนไขของรูนแต่ละเซ็ต โดยมอนสเตอร์ 1 ตัว สามารถใส่รูนได้สูงสุด 6 ก้อน ซึ่งระดับดาวของรูนตั้งแต่ 1-6 ดาว ผู้เล่นสามารถเพิ่มค่าสเตตัสของรูนได้ด้วยการ ตีบวก [Power-up]  สามารถบวกได้สูงสุดถึง +15 ทั้งนี้รูนยังถูกแบ่งออกเป็นหลายเกรดตามระดับความหายาก [Rarity] ทั้งหมด 5 เกรดด้วยกันได้แก่ Normal, Magic, Rare, Hero, Legend  โดยรูน ณ ปัจจุบัน มีทั้งหมด 11 เซ็ตดังตารางด้านล่าง

Rune 1

ระดับดาวของรูนกับระดับความยากในการดรอปรูน

สำหรับดันเจี้ยนเนื้อเรื่องทั่วไป

การดรอปรูนในดันเจี้ยนเนื้อเรื่องทั่วไปนั้นจะตกตามตำแหน่งของรูน ในแต่ละด่าน เช่น หากต้องการรูนตำแหน่งที่ 1 จะต้องลงใน Stage 1 หากต้องการรูนในตำแหน่งที่ 5 จะต้องลงในด่านที่ 5 แต่เฉพาะด่านบอสของทุกๆดันเจี้ยนจะสุ่มดรอปทุกตำแหน่งรูน และมีสิทธิได้เกรดที่ดีกว่าด่าน 1-5 ซึ่งระดับความยากของดันเจี้ยนส่งผลกับการดรอปรูนดังนี้

Normal Mode – 1 star, 2star                                 

Hard Mode – 1star, 2star, 3star[ด่าน 1-6], 4star[ด่านบอส]

Hell Mode – 1star, 2star, 3star, 4star[ด่าน 1-6], 5star[ด่านบอส]

สำหรับ Cairos Dungeon

Dragon’s Lair – Vampire Set, และสุ่มตกรูนเซ็ตอื่นๆ ทุกระดับดาว ทุกตำแหน่งรูน ยกเว้น Despair Set

Giant’s Keep – Despair Set, และสุ่มตกรูนเซ็ตอื่นๆ ทุกระดับดาว ทุกตำแหน่งรูน ยกเว้น Vampire Set

ตำแหน่งของรูน

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าในมอนสเตอร์ 1 ตัวนั้น สามารถใส่รูนได้สูงสุด 6 ก้อนด้วยกัน ซึ่งแต่ละก้อนก็จะมีตำแหน่งเลขหลัก 1 – 6 และจะมีค่าสเตตัสเฉพาะตำแหน่งนั้นๆด้วย มีอะไรบ้างไปดูตารางด้านล่างได้เลยครับ

Rune 2

ตารางค่าสเตตัสรูน

หลังจากที่ทราบตำแหน่งรูนกับค่าสเตตัสประจำตำแหน่งรูนนั้นๆแล้ว ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าสเตตัสของรูนแต่ละออฟชั่นนั้น สามารถไปได้สูงสุดแค่ไหน เพื่อที่จะได้เปรียบเทียบความคุ้มค่าในการตีบวกแต่ละครั้งได้ครับ

Rune 3

ข้อสังเกตุเรื่องระดับดาวของรูนและเกรดของรูน

ระดับดาวของรูนยิ่งสูงค่าสเตตัสที่จะได้ในการบวกแต่ละครั้งยิ่งมากขึ้น แต่เกรดของรูนจะเพิ่มออฟชั่นโบนัสให้ หากทำการบวกรูนตั้งต้นด้วยรูนระดับ Normal เกรดของรูนจะเปลี่ยนที่ +3 (Magic) +6 (Rare) +9 (Hero) +12 (Legend) ซึ่งจะได้ออฟชั่นโบนัสในแต่ละเกรดที่เปลี่ยนไปด้วย

หากได้รูนตั้งต้นที่มีเกรดสูงกว่า Normal(ไม่บวก) ออฟชั่นโบนัสที่มีอยู่ในรูนจะมีโอกาสเพิ่ม เมื่อทำการ Power-Up ทุกๆ +3 +6 +9 +12 +15 เช่น รูน Rare+0 จะเพิ่มเกรดเป็น Hero เมื่อ Power-Up ถึง +9 เท่านั้น แต่จะได้ค่าออฟชั่นโบนัสเพิ่มจากที่มีอยู่เมื่อ Power-Up ถึง +3 และ +6 จนกว่าจะ +9 ถึงจะได้ออฟชั่นโบนัสที่ 3 มาใหม่

“รูน Rage 5 ดาว เกรด Rare +0”

Rune 4

“เมื่อ Power-Up ถึง +3 จะไม่เพิ่มเกรดรูน แต่จะไปเพิ่มออฟชั่นโบนัสจากของเดิมที่มีอยู่ จาก CRI Rate 5% กลายเป็น CRI Rate 10%”

Rune 5

Prefix Name

ในบางครั้งเราจะได้รูนที่มีชื่อนำหน้าชนิดของรูนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในแต่ละชื่อนั้นจะมีค่าสเตตัสเป็นออฟชั่นพิเศษให้ โดยจะเป็นค่าสเตตัสที่สุ่มแต้มมา แต่ไม่สามารถเพิ่มค่าสเตตัสพิเศษนั้นๆได้อีก และจะไม่มีโอกาสได้ออฟชั่นโบนัสที่มีค่าสเตตัสเดียวกันกับค่าออฟชั่นพิเศษที่ได้มาจาก Prefix  ซึ่งมีค่าต่างๆตามแต่ละ Prefix ดังนี้

 

ค่าสเตตัส                 ชื่อนำหน้า                ค่าสเตตัสที่มีโอกาสจะได้รับ

HP %                      Tenacius                                  1-6%

Atk %                     Powerful                                   1-6%

Def %                     Durable                                    1-6%

CRI Rate %             Fatal                                        1-6%

CRI Dmg %             Cruel                                        1-6%

Resistance %           Resistant                                  1-6%

Accuracy %             Intricate                                   1-8%

Rune 6

การขายรูน

หากผู้เล่นมีรูนที่ไม่ต้องการสามารถขายได้โดยมีวิธีให้เลือกดังนี้

Rune 7

จบลงไปแล้วนะครับกับเรื่องราวของรูน ผู้เล่นทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านคงจะเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้นในเรื่องนี้บ้างแล้ว ในคราวต่อๆไปรอติดตามเทคนิคการหารูน และการเลือกรูนที่จะนำมาฝากกันนะครับ

บทความโดย AonZa

Share
15fd15ce7c9be2755f1311b94febf5f3.jpg