iTinMod-Logo2
 
Head_Summoners_War.jpg

summoner cover

Summoners War Review: HP, DEF ปราการแกร่งแห่ง Sky Arena

หลังจากที่ได้นำเสนอเทคนิคในการจัดทีม SPD ไปแล้ว ในครั้งนี้จะนำเสนอในเรื่องของการจัดทีมสาย HP และ DEF ซึ่งที่ขอรวมไว้ในบทความเดียวเนื่องจากความแตกต่างของสองสายนี้มีไม่มาก และรูปแบบในการจัดทีมค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน โดยจะทำเสนอในรายละเอียดในช่วงถัดไปครับ

มาทำความรู้จักมอนสเตอร์ สาย HP และ สาย DEF กันก่อนดีกว่า

สาย HP

มอนสเตอร์สาย HP ขึ้นชื่อมาแบบนี้ก็คงไม่พ้นว่าพลังชีวิตจะต้องมาแรงแซงโค้งกว่าค่าสเตตัสอื่นๆที่มีทั้งหมด ซึ่งส่วนมากสกิลของมอนสเตอร์สายนี้มักจะมาในทางกึ่งซัพพอร์ตหรือเป็นสกิลป่วนศัตรูเสียส่วนใหญ่ เพราะไม่สามารถพึ่งดาเมจจากตัวเองได้มากนัก แต่ก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะสกิลของมอนสเตอร์สายนี้หลายๆตัว ได้ออกแบบมาให้ความแรงของสกิลขึ้นอยู่กับค่า HP ของมอนสเตอร์เช่นกัน ดังนั้นเห็นเลือดเยอะ โจมตีธรรมดาเบา แต่ก็ใช้ว่าสกิลจะเบานะครับ

ข้อดี

- มีพลังชีวิตที่สูง ทำให้สามารถทนทานต่อการเป็นตัวชนได้ดีในระดับหนึ่ง

- เหมาะกับเป็นตัวชนในการรับดาเมจที่ตายตัวได้ดี เช่น ดาเมจของเสาในอารีน่า หากมี HP ที่เยอะ ต่อให้โดนเสายิงก็จะยังมี HP ที่เหลือมากกว่าปกติ

- รับมือกับมอนสเตอร์ที่มีสกิลเจาะเกราะ หรือทะลุพลังป้องกันได้เป็นอย่างดี เช่น ในกรณีที่เจอ Joker [Wind] ที่มีท่าโจมตีหมู่โดยไม่คิด DEF ของเป้าหมาย สาย HP เนี่ยแหละครับที่จะช่วยยื้อทำให้ยังคงเหลือ HP ในการยืนหยัดอยู่รอดได้

ข้อเสีย

- มี DEF ที่ไม่ได้สูงมากนัก ดังนั้นหากมีแต่ HP ที่สูงแต่ DEF ต่ำเกินไป เลือดก็จะไหลเป็นน้ำได้เช่นกัน อาจจะต้องหา DEF มาเสริมในรูนต่างๆเพื่อช่วยเสริมความถึกให้มากขึ้น

- แพ้ให้กับการโจมตี Continuous Damage [ติดพิษ] อย่างแรง เนื่องจากพิษนั้นสามารถทำความเสียหายกับพลังชีวิตสูงสุด [Max HP] ถึง 5% ต่อ 1 stack ซึ่งตรงนี้หากยิ่งมี HP ที่มากก็จะโดนลดมากตามเปอร์เซ็นต์ตายตัว 

 

 

สาย DEF

               มอนสเตอร์สาย DEF ถึกได้ใจมากๆ เนื่องจากพลังป้องกันในเกมนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการทนมือทนเท้าจากการโจมตีในรูปแบบต่างๆ โดยมักจะถูกนำมาคิดหักกับค่า DEF แทบทั้งหมด ทำให้เราได้รับดาเมจลดน้อยลง แต่โดยเฉพาะมอนสเตอร์สายนี้มักจะมีสกิลป่วนติดตัวแทบทุกตัว ทำให้การที่จะโค่นล้มมอนสเตอร์เหล่านี้ลง คงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ถ้าจะปล่อยไว้ ก็จะเจอดีจากมอนสเตอร์สายนี้ป่วนกลับไปได้ทุกเวลาเช่นกัน เป็นทั้งรถถังชั้นเยี่ยมและตัวป่วนชั้นยอดเลย

ข้อดี

- ค่า DEF ที่สูงอยู่แล้ว หากใส่รูนที่เพิ่ม DEF ให้สูงมากๆ การโจมตีด้วยสกิลต่างๆแทบจะไม่กระทบกระเทือนเลยแม้แต่น้อย

- เป็นตัวชนและตัวล่อที่ดี เพราะมอนสเตอร์สายนี้หากกำจัดช้า เช่น ในอารีน่าหากปล่อยไว้จัดการทีหลัง บางทีเราอาจจะไม่สามารถโค่นลงได้ด้วยพลังป้องกันที่มหาศาล แต่การที่จะกำจัดมอนสเตอร์สายนี้ก่อนก็จะเสียเวลาเช่นกันในการฝ่าด่านทะลุ DEF ให้ล้มลงได้ ทำให้สร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่มาโจมตีเราได้มากขึ้น

ข้อเสีย

- แพ้การโจมตีแบบทะลุพลังป้องกันอย่างรุนแรง เนื่องจากการโจมตีในรูปแบบนี้จะคิดจากพลังโจมตีตรงตัว ไม่มีการหักล้างกับค่า DEF ซึ่งทำให้ได้รับดาเมจอย่างมาก

- พลังโจมตีที่น้อยกับ HP ที่ไม่สูงมากหากไม่วางแผนการจัดการทีมให้ดี ก็จะเหมือนรถถังที่ไม่มีกระสุนปืนรอให้เค้ามาพังดีๆนั่นเอง ต้องเลือกที่จะเสริมด้วย ATK หรือ HP เพื่อชดเชยค่าเหล่านี้

มอนสเตอร์ที่โดดเด่นของ 2 สายนี้ มีตัวอะไรบ้าง

               จากมุมมองของผมเองนั้น อยากจะนำเสนอมอนสเตอร์ยอดนิยม สำหรับการนำมาใช้เป็นมอนสเตอร์สาย HP และ DEF ที่น่าใช้มาให้ดูกันคร่าวๆ โดยมีทั้งมอนสเตอร์สาย HP และ DEF แท้ๆ รวมไปถึงมอนสเตอร์สาย Support บางตัวที่นำมาประยุกต์เป็นสายถึกทนชนกันได้ดีเช่นกัน ซึ่งมีทั้งความยาก-ง่ายในการที่จะได้มาครอบครองต่างกันไป ดังนี้

summoner 1

summoner 2

summoner 3

Archangel [Water, Fire, Wind]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 5/5

          จริงๆตระกูลเทวดาหน้ามนนี้ก็เป็นตัวถึกตัวชนที่ดีทุกธาตุนะครับ แต่ขอยกสามธาตุนี้มานำเสนอเพราะยังมีโอกาสได้ง่ายกว่า แสงและมือซึ่งต้องมีทั้งดวงและพลังทรัพย์สูง

         เริ่มจากอาร์คแองน้ำ หนึ่งในตัวชนที่ใครต่อใครก็ต้องการ เนื่องจากเป็นทั้งตัวชนและตัวซัพพอร์ตชั้นเยี่ยมให้กับทีม ถึงแม้จะเป็นมอนสเตอร์สายซัพพอร์ต ที่มีค่าสเตตัสดูจะกลางๆ แต่กลับมีค่า HP และ DEF ที่สูง หากจัดรูนสายถึกให้ ก็จะเป็นตัวชนที่ยากจะโค่นล้มจาก 2 สกิล ฮีลที่สุดจะป่วนเลยทีเดียว

          สำหรับอาร์คแองไฟ เป็นอีกหนึ่งตัวชนที่ดีมาก เพราะด้วยความเก๋ไก๋ของสกิล 3 ที่แก้อาการผิดปกติทุกสถานะพร้อมทั้งยังสร้างเกราะกันสถานะให้อยู่ในสภาวะไม่ติดสถานะใดๆ [Immune] ให้กับทุกคนในทีม ถึง 3 เทิร์น  แถมยังเพิ่มเกจเทิร์นโจมตี [Attack Bar] ถึง 30% โอ้โห ทำให้ศัตรูสายป่วนอะไรนี่ไปกันไม่เป็นเลยทีเดียว

          และปิดท้ายด้วยอาร์คแองลม เป็นหน่วยรถถังพลังซัพสุดป่วนเนื่องจากสกิล 3 ที่สามารถชุบชีวิตให้กับสมาชิกที่ตายไปให้กลับมาพร้อม HP 100% เต็ม แต่แลกกับ HP ของอาร์คแองลมในขณะนั้น 50% แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะยังมีสกิล 2 ที่ฮีลเพิ่ม HP เป้าหมายเดียว 50% ของ HP ยิ่งทำให้เป็นตัวที่สามารถโค่นลงได้ยากเช่นกัน

          ถึงแม้ทั้งสามตัวนี้จะเป็นมอนสเตอร์สายซัพพอร์ต แต่หากจัดการรูนเสริมความถึกให้ได้ เป็นตัวชนแท้งซัพครบสูตรเลยทีเดียว เนื่องจากสกิลที่เสริมความถึกทนอมตะได้ขนาดนี้

          ข้อควรระวังสำหรับอาร์คแองทั้งสามธาตุ คือ การเจอมอนสเตอร์ที่มีสกิลบล็อคฮีล หรือบล็อกบัฟ เช่น Mystic Witch [Water, Wind], Pierret [ทุกธาตุ], Succubus [ทุกธาตุ] เป็นต้น ทำให้สกิลบัฟและการฮีลของเหล่าอาร์คแองศูนย์เปล่าไปในทันที่ถ้าเจอคู่ปรับเหล่านี้ อีกทั้งต้องพึ่งพาดวงเป็นพิเศษอย่างมากเพราะ เป็นมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาว โอกาสที่จะได้มาครอบครองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นัก

summoner 4

summoner 5

Drakgon Knight [Water, Fire]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 5/5

          มาถึงตระกูลอัศวินมังกรสาย HP ที่ครบเครื่องเรื่องถึกและป่วนอย่างเจ้าดราก้อนไนท์

          ขอเริ่มที่ดราก้อนไนท์น้ำ ตัวชนที่มาปราบสายบล็อกฮีลทั้งหลาย เนื่องจากสกิลติดตัวของมันไม่ทำให้ติดสถานะบล็อกฮีลใดๆทั้งสิน แถมยังเพิ่ม HP 15% ทุกๆครั้งที่จบเทิร์นของตัวเองอีกด้วย และหาก HP ลดลงมากๆเข้า ก็ยังทำดาเมจได้ด้วยสกิล 2 ที่ทำการโจมตีโดยความแรงขึ้นกับ HP ที่สูญเสียไป หาก HP ต่ำกว่า 30% ดาเมจที่ทำได้จะทะลุพลังป้องกัน ทำให้นอกจากจะเลือดเยอะแล้วยังแฝงความโหดไว้อีกด้วย

          ปิดท้ายที่ดราก้อนไนท์ไฟ เป็นตัวชนสุดแสบอย่างมาก ด้วยสกิลติดตัวที่ทำให้โจมตีไม่มีพลาด ไม่ติดการโจมตีแบบ Glancing Hit [การโจมตีที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อโจมตีมอนสเตอร์แพ้ธาตุ หรือเมื่อโดนสถานะ Miss Attack ทำให้พลังโจมตีลดลง] และนอกจากนั้นได้รับดาเมจจากการโจมตีใดๆ เข้าที่ตัวดราก้อนไนท์ไฟ มีโอกาส 30% ที่ผู้โจมตีจะติด Stun ซึ่งถ้าโดนสตันทีก็เสียจังหวะไปได้เลยฟรีๆ 1 เทิร์น แถมยังเป็นสาย HP ดังนั้นถ้าจัดรูน HP แน่นๆ DEF สูงพอตัว ศัตรูก็ได้สตันกันรัวๆแน่นอนแถมด้วยสกิล 2 ที่พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีจำนวนมอนสเตอร์ในสนามตายมากขึ้น เป็นทั้งสายตี สายชนได้ครบเครื่องมากๆ

          ข้อควรระวังสำหรับเจ้าดราก้อนไนท์ทั้งสองตัว คือ การเจอมอนสเตอร์ที่มีสกิลทะลุพลังป้องกัน เช่น Joker [Wind], Valkyrja [Wind] เป็นต้น ซึ่งพลังโจมตีสามารถทะลุทะลวง HP เราไปได้อย่างสบาย รวมไปถึงการเจอสายพิษ [Continuous Damage] พวกนี้ก็สามารถทอน HP ที่มีอยู่ได้เช่นกัน อีกทั้งเป็นมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาว ทำให้โอกาสที่จะได้มาครอบครองก็ต้องพกพาดวงและกำลังทรัพย์ในการเปิดเป็นพิเศษ

summoner 6

Valkyrja [Water]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 5/5

          สำหรับน้องวาลคิรี่น้ำตัวนี้ มีดีที่สกิลติดตัวที่แสนจะถึกทนและแก้ทางสายป่วนได้มากมาย เพราะทำให้เมื่อได้รับการโจมตีคริติคอล จะแก้สถานะผิดปกติต่างๆในตัว 1 อย่างออกไป และลดดาเมจที่ได้รับจากการโจมตีในครั้งนั้นลงครึ่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังเพิ่ม HP20% ในทุกๆเทิร์นอีกด้วย ทำให้เสริมถึกและยืนหยัดในสนามได้นานขึ้นแถมสกิลโจมตี ก็สามารถแก้เกมได้ไม่แพ้กัน

          ข้อควรระวังสำหรับวาลคิรี่น้ำ คือการที่เจอกับทีมมอนสเตอร์สายที่ไม่เน้นคริติคอล เพราะหากเจอการโจมตีปกติ สถานะต่างๆก็จะยังมีโอกาสติดไม่ต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไป แต่โชคดีที่สกิลการติดสถานะผิดปกติของมอนสเตอร์หลายตัวในเกม มักจะมีการคำนวณโอกาสติด Debuff จากการโจมตีคริติคอล ทำให้อย่างน้อย Debuff ที่มีโอกาสติด จะสามารถลดจำนวนลงไปได้ทีละหนึ่ง แต่เห็นแบบนี้ก็ใช่ว่าจะมีมาใช้งานกันได้ง่ายๆนะครับ เพราะน้องมาที่ 5 ดาวเช่นเคย ใครมีไว้ก็ลองนำมางัดแงะใช้งานกันดูได้

summoner 7

Oracle [Water]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 5/5

          มาถึงคราวสาวเปรี้ยวสายซัพชั้นยอดเยี่ยมกับโอราเคิลน้ำ ที่ผมขอยกมาให้ไว้เป็นหนึ่งในตัวน่าทำสาย HP DEF เนื่องจากเป็นสายซัพพอร์ตที่สกิลป่วนมากหากอยุ่ได้ทนนาน ด้วยสกิล 3 ที่ทำการเพิ่ม HP 50% ให้กับทุกคนในทีม แต่จะหลับตัวเองเป็นเวลา 1 เทิร์นหลังจากใช้สกิล ซึ่ง 50% HP ทั้งทีมเป็นอะไรที่ฮีลเยอะมากๆ และพลิกเกมจากสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำ ให้กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบแทนได้ด้วย อีกทั้งสกิล 2 ที่ใช้แก้เกมฝ่ายศัตรูสายบัฟ ซึ่งจะทำการเปลี่ยนบัฟของศัตรูเป็นพิษ ตามจำนวนบัฟที่มีอยู่ ยิ่งมีบัฟเยอะก็ยิ่งติดพิษหลาย stack มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังเร่งเทิร์นตัวเองจากสกิลแรก ที่จะเพิ่ม Attack Bar 15% เมื่อโจมตีคริติคอล โดยจะทำการโจมตีถึง 3 ครั้ง เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะเร่ง Attack Bar ได้ถึง 45% ทำให้ได้เทิร์นเร็วขึน Cooldown สกิลก็จะยิ่งลดลงเร็วขึ้นเช่นกัน ถ้ายิ่งทำให้ถึกทนนาน รับรองว่าทีมของคุณยากที่จะโค่นลงได้เลย 

          ข้อควรระวังสำหรับโอราเคิลน้ำ คือการปะทะกับมอนสเตอร์ที่มีสกิลเจาะเกราะ และป่วนทำให้หยุดเทิร์น หรือชะงักไม่สามารถออกเทิร์นได้ เนื่องจากเป็นตัวที่ต้องซัพพอร์ตทีมให้ได้ เทิร์นแต่ละรอบจึงมีค่ามาก หากโดนหยุดการโจมตีหรือร่วงไปก่อนในตอนแรกนั้น ทำให้เสียที่ว่างในทีมสำหรับสมาชิกที่เหลือไปศูนย์เปล่า อีกทั้งโอกาสที่สาวเปรี้ยวจะมาอยู่กับคุณนั้นก็ยากได้ใจด้วยระดับดาวที่สมกับความสามารถของเธอเอง ทำให้ใครๆก็อยากได้ [แม้แต่ผมเองก็ตาม]

summoner 8

summoner 9

Monkey King [Fire, Wind]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 5/5

          มาถึงคิวมอนสเตอร์เซ็ตใหม่แกะกล่องในแพทช์ล่าสุดนี้กับเจ้าราชาวานรทั้งสองธาตุนี้ ซึ่งแฝงความป่วนและถึกได้น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

          ราชาลิงไฟความโหดของลิงถึกตัวนี้อยู่ที่สกิล 3 ซึ่งป้องกันการติดสถานะที่ทำให้โจมตีไม่ได้ทุกชนิด นั่นหมายความว่า แช่ สตัน หลับ ไม่เป็นผลใดๆเลยกับเจ้าลิงไฟ แค่นี้ยังไม่พอสกิลนี้ยังทำให้ได้รับบัฟพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 15% เมื่อถูกโจมตี สามารถสะสมบัฟนี้ได้ถึง 10 ครั้ง เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะเพิ่มความแรงของการโจมตีได้มากถึง 150% เมื่อสะสมถึงขั้นสูงสุด โอ้โห จากสายถึกสามารถกลายมาเป็นตัวดาเมจได้ด้วย งานนี้ศัตรูที่ชอบใช้สกิลหมู่ได้ผวากันบ้างแล้ว และด้วยสกิล 1ที่โจมตีธรรมดาและลุ้นสถานะสตันใส่เป้าหมาย กับสกิล 2 ที่โจมตีสร้างโอกาสเกราะแตก [ลด DEF] แก่เป้าหมาย แถมยังเพิ่ม HP% ให้แก่ตัวเราอีก 15% โอ้โห แทบจะทำให้ศัตรูไม่ได้ออกตัวกันเลยทีเดียว สมกับมอนสเตอร์ระดับ 5 ดาวแท้มากๆ

          ราชาลิงลมเห็นลิงไฟถึกโหดไปแล้วอย่าคิดว่าลิงลมจะน้อยหน้า เพราะสกิลติดตัวของเจ้าลิงลมนี่ก็ป่วนดีไม่แพ้กัน ลดดาเมจที่ได้รับลง 25% และยังมีโอกาสที่จะโจมตีสวนกลับใส่เป้าหมาย เมื่อทำการโจมตีใส่เพื่อนของเราในทีม 25% ซึ่งการโจมตีสวนกลับของเจ้าลิงลมนั้น จะใช้สกิล 1 ที่โจมตีธรรมดาและลุ้นสถานะสตันใส่เป้าหมาย ทำให้มีโอกาสที่จะหยุดศัตรูได้ฟรีๆเลย แถมยังมีสกิล 2ที่โจมตีสร้างโอกาสเกราะแตก [ลด DEF] แก่เป้าหมาย แถมยังเพิ่ม Attack Bar ให้อีก 50% โอ้โห อีกนิดนึงก็จะได้เทิร์นเลยทันที ยิ่งถ้ามีตัวเร่งเทิร์นในทีมช่วยอีกแรง ลิงลมก็จะได้ออกไปหวดรัวๆเป็นว่าเล่นเลยเชียว

          ข้อควรระวังสำหรับราชาลิงทั้งสองธาตุนี้ คือการที่จะโดนรุมเป็นเป้าหมายแรก เพราะด้วยสกิลที่สุดแสนจะสร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรูอย่างมาก แน่นอนว่าศัตรูต้องพยายามจัดการตัวป่วนออกไปให้หมดก่อน ไม่ว่าจะด้วยการทำให้ติดสถานะเกราะแตก แล้วรีบโจมตีรัวๆ เพื่อให้เจ้าลิงนี้ร่วงให้เร็วที่สุด ดังนั้นการที่จะยืนหยัดอยู่ได้นานเท่าไหร่ยิ่งถ่วงเวลาให้เพื่อนในทีมที่เหลือสามารถจัดการศัตรูได้เช่นกัน ดังนั้นการจะการรูนของเจ้าลิงนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

summoner 10

Lich [Wind]

ความน่าใช้ 4/5

ความยากในการหา 4/5

          มาถึงคราวของลิชลม พ่อมดสุดแสบทรวงต่อเหล่าศัตรูทั้งหลายที่เข้ามาสู้ด้วย เนื่องด้วยสกิลของเจ้าลิชลมนี่เสริมทั้งความถึกและสร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรูเป็นอย่างมาก จากสกิล 3 ที่สร้างบาเรียรองรับดาเมจได้จำนวนหนึ่ง เมื่อเข้าเทิร์นอัตโนมัติทุกเทิร์น แถมเมื่อบาเรียสร้างขึ้น ผู้ที่ทำการโจมตีให้ขณะที่ยังมีบาเรียกางให้กับลิชลมอยู่นั้น มีโอกาสที่จะติดสถานะเชื่องช้า [Slow] ทำให้เกจเทิร์นเพิ่มช้าลงจากเดิม และด้วยสกิล 2 ยังทำการโจมตีหมู่พร้อมมีโอกาสที่จะติดสถานะมึนงง [Stun] หากมีสถานะ Slow อยู่ในตัว แถมสกิล 1 ยังเป้นการโจมตีธรรมดาที่สร้างสถานะ Slow เข้าไปอีก งานนี้ได้มาเต่าคลาน เต่ามึนกันวุ่นเลย

          ข้อควรระวังสำหรับลิชลมคือการที่จะต้องเจอกับสถานะ Slow หรือบล็อกบัฟ บล็อกฮีลทั้งหลาย เนื่องจากหากติด Slow ลิชลมกว่าจะได้เข้าเทิร์นก็จะนานขึ้น โอกาสที่โล่จะแตกก่อนเข้าเทิร์นก็สูงขึ้นไปด้วย ทำให้อาจจะทะลุบาเรียจนลด HP ลงไปได้เรื่อยๆเช่นกัน  และหากถ้าเจอบล็อกบัฟก็จะเสียบาเรียไปเลยฟรีๆ 1 เทิร์น ทำให้มีโอกาสโดนเก็บก่อนได้ง่ายๆมาก แต่ก็ยังคงความน่าใช้จากสกิลที่ครบเครื่องเรื่องป่วนแบบนี้ได้ดี และโอกาสที่จะได้มาครอบครองก็อาจจะไม่ยากเท่า 5 ดาวเพราะเป็นมอนสเตอร์ระดับ 4 ดาว แต่ก็ต้องอาศัยดวงของคุณอยู่บ้าง

summoner 11

Sylphid [Wind]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 4/5

          หากพูดถึงสายถึกทน ห้ามพลาดเลยที่จะต้องยกมอนสเตอร์สายซัพตัวนี้ขึ้นมาอยู่ในลิสต์ เนื่องจากซิลพิดลมนี้ มีสกิล 3 ที่สร้างบาเรียรองรับดาเมจจำนวนหนึ่งให้กับสมาชิกทั้งทีม รวมถึงยังมีบัฟที่ทำให้ลดโอกาสการโดนโจมตีคริติคอลลง ซึ่งทำให้บาเรียนั้นทำลายได้ยากมากขึ้น แถมยังปราบพวกสายที่ต้องหวังผล debuff จากการโจมตีคริติคอลลงไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้มีท่าโจมตีหมู่ที่ยังเพิ่ม HP ให้กับสมาชิกในทีม 10% อีกด้วย ครบเครื่องเรื่องถึกและซัพขนาดนี้ การทำเป็นมอนสเตอร์สาย HP DEF จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมากเช่นกัน

          ข้อควรระวังสำหรับซิลพิดลมคือ การที่จะไปจับคู่กับมอนสเตอร์ในทีมที่ไม่เหมาะสม เช่น การไปจับคู่กับพรีสน้ำ [Epikon Priest] ซึ่งหากกางบาเรียของซิลลมเมื่อไหร่ พรีสน้ำจะกลายเป็นเป้าหมายที่จัดการได้ง่ายได้เพราะ โล่ของพรีสน้ำต้องการปะทะกับการโจมตีแบบคริติคอล บาเรียถึงจะเกิดขึ้น แต่หากมีบัฟจากสกิล 3 ของซิลพิดลมนั้น ทำให้ลดโอกาสคริลงไป โล่ก็จะแตกได้ง่ายขึ้นและสร้างได้ยากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการจะจับลงสนามต้องเลือกตัวในการลงให้ดีๆ อีกทั้ง ต้องระวังในเรื่องของการเจอสายบล็อคบัฟให้ดีเพราะไม่งั้นโล่ก็อาจจะไม่ได้กางทำให้เป็นเป้านิ่งได้เช่นกัน

summoner 12

Death Knight [Fire]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 4/5

         เดธไนท์ไฟตัวนี้ แฝงความโหดที่มากับความถึกของสาย HP จากสกิล 3 ที่ทำการโจมตีและดูดเลือดจากศัตรู โดยดาเมจคิดจาก  30% ของHP ตัวเดธไนท์เอง ซึ่งสาย HP หากเสริมรูนให้มี HP ที่มากๆ เมื่อใช้สกิลนี้ใส่เป้าหมาย นอกจากเลือดจะลดฮวบมหาศาลแล้ว ยังดูดเลือดกลับมาทำให้หากเดธไนท์ที่กำลังจะร่วงใช้สกิลนี้ขึ้นมา ก็กลับสภาพมาเลือดแทบจะเต็มเลยก็ว่าได้ [ส่วนตัวเคยโดนดาเมจสูงถึง 19000 มอนสเตอร์สายตีนี่ดับแทบทุกราย] ใครที่มีอยู่ ลองจัดรูน HP ให้งามๆดูครับ รับรองว่าท่านจะเพลิดเพลินกับสกิล 3 มาก

          ข้อควรระวังสำหรับเดทไนท์ไฟคือการเจอมอนสเตอร์สายหยุด ห้ามโจมตีทั้งหลาย รวมไปถึงมอนสเตอร์ที่มีสกิลทำให้ติดสถานะ Provoke[ทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และใช้สกิล 1 ใส่ผู้ใช้สถานะนี้ เช่น แบร์แมนแสง ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายในอารีน่าในตอนนี้] เพราะหากไม่มีโอกาสได้ใช้สกิล 3 ก็แทบจะเหมือนหุ่นที่ยืนให้ศัตรูเชือดทีละนิดไปเรื่อยๆ ส่วนความยากในการครอบครองนั้น ค่อนค่างยากเลยทีเดียว เพราะเป็นมอนสเตอร์ระดับ 4 ดาว

summoner 13

summoner 14

Undine [Fire, Wind]

ความน่าใช้ 3/5

ความยากในการหา 4/5

          ละก็มาถึงคราวของเทพสาวอันดีนทั้งสองธาตุนี้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของสายซัพพอร์ตที่น่าจับมาทำเป็นสาย HP DEF ได้เหมือนกัน ด้วย Leader Skill ของทั้งสามที่เพิ่ม DEF ให้กับมอนสเตอร์ธาตุเหมือนกันในทีม ทำให้ถึกทนกันถ้วนหน้า

          เริ่มด้วยอันดีนไฟกับพลังซัพพอร์ตสายฮีลเต็มเหนี่ยวจากสกิล 2 และสกิล 3 ซึ่งทำให้ทีมที่มีอันดีนอยู่นั้นยืนทนยืนได้นานมากขึ้นจากฮีลแชร์ของสกิล 3 และฮีลเดี่ยวจากสกิล 2 แต่จะเข้าขามากถ้าเล่นกับทีมไฟล้วน เพราะจะได้ผลจากสกิลลีดเดอร์ที่ทำให้มอนสเตอร์ในทีมธาตุไฟทุกตัว DEF เพิ่มขึ้นถึกขึ้น

          ปิดท้ายกันที่อันดีนลมถึงแม้จะไม่ได้มีสกิลฮีลเลย แต่ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์แต่อย่างใด เนื่องด้วยสกิล 2 ที่โจมตีใส่เป้าหมายพร้อมกับทำให้สกิลทั้งหมดของเป้าหมายติด Reset Cooldown เหมาะแก่การใส่ตัวที่มีสกิลโหดๆ เพื่อยับยั้งและเสียจังหวะในการใช้สกิลนั้นๆใส่แก่ทีมได้ นอกจากนี้ยังมีสกิล 3 ที่ลบสถานะผิดปกติทุกชนิดแก่มอนสเตอร์ในทีมทุกตัว และให้บัฟป้องกันการติดสถานะผิดปกติใดๆ 2 เทิร์น ทำให้สายป่วนนี่คิดหนักเลยเมื่อเจอสกิลนี้เข้าไป และหากยิ่งได้คอมโบกับมอนสเตอร์ลมโหดๆเช่น Bearman, Joker, Archangel เป็นต้น ยิ่งทำให้ถึกมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยสกิลลีดของธาตุลมที่ให้แก่ทีม

         ข้อควรระวังสำหรับอันดีนทั้งสองธาตุคือ หากใช้เป็นลีดเดอร์ เพื่อเอาสกิลป้องกันนั้น และในทีมเป็นมอนสเตอร์สายธาตุเดียวล้วน นั่นทำให้เสียเปรียบและแพ้ทางให้กับธาตุที่แพ้เต็มๆ แต่หากไม่ได้เล่นธาตุล้วน ก็ต้องระวังการโดนขัดจากมอนสเตอร์สายบล็อคฮีล สำหรับอันดีนไฟ และมอนสเตอร์สายบล็อกบัฟ สำหรับอันดีนลม เพราะสามารถโดนแก้เกมได้จากสายป่วนพวกนี้ ซึ่งมักจะมี SPD สูงกว่าอันดีนอยู่มาก ขอหักความน่าใช้อีกสัก1 เนื่องจากการที่สกิลลีดมันบังคับเอื้อให้แก่ธาตุเดียวกัน

summoner 15

Epikon Priest [Water]

ความน่าใช้ 4/5

ความยากในการหา 3/5

          ลดระดับลงมากับมอนระดับ 3 ดาวบ้าง กับตัวเด็ดสะระตี่ที่ 5 ดาวเทพๆยังต้องร้องโอ๊ย กับน้องพรีสน้ำ เห็นน่ารักแบบนี้ถึกเรียกพี่เลยนะ แม้จะถูกปรับสกิล 3 ลงไปแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความโหดของพรีสน้ำลดลงไปแต่อย่างใด ด้วยสกิลติดตัวเมื่อได้รับการโจมตีแบบคริติคอล พรีสน้ำจะสร้างบาเรียรองรับดาเมจโดย HP ของบาเรียจะเท่ากับ 20% ของ Max HP พรีสน้ำ [HP บาเรียเพิ่มขึ้นตามเลเวลสกิล] เป็นเวลา 2 เทิร์นทันที ซึ่งหาก HP พรีสน้ำยิ่งมาก บาเรียก็จะยิ่งอยู่ทน และหากโดยคริติคอลซ้ำ ในขณะที่บาเรียเก่ายังไม่แตก เทิร์นของบาเรียจะถูกนับใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ HP ของบาเรียจะยังคงเดิมจากที่เคยมีอยู่ จนกว่าจะแตกไปแล้วได้รับการโจมตีแบบคริติคอลซ้ำถึงจะสร้างใหม่ ถึงแม้จะดูทลายบาเรียได้ง่ายขึ้นแต่สำหรับตัวที่ไม่มีดาเมจหนักหน่วง หรือสกิลสถานะเจาะเกราะก็ยากที่จะทะลุทะลวงพรีสน้ำได้ เพราะน้องนางยังมีสกิล 2 ที่เพิ่ม HP ให้กับสมาชิกในทีมทุกคนอีกด้วย เรียกได้ว่ากว่าจะตีให้ถึงตัวก็ยากแล้ว ยังมีฮีลมาซัพพอร์ตอีก อีกทั้งเป็นมอนสเตอร์ที่มีค่า RES [ป้องกันการติดสถานะ] สูงอยู่แล้ว ทำให้ถึกทนทานมากเลยครับ

          ข้อควรระวังสำหรับพรีสน้ำคือการเจอมอนสเตอร์ธาตุลมที่มีสกิลทำดาเมจทีเดียวหนักหน่วง เช่น Valkyrja [Wind], Living Armor [Wind], Warbear [Wind] เป็นต้น ซึ่งการที่ดาเมจหนักมากโจมตีใส่ครั้งเดียว มีสิทธิที่จะปลิดชีพได้ทั้งบาเรียและ HP ที่มีของพรีสน้ำได้ทันที อีกทั้งควรระวังการเจอสายบล็อกบัฟ และบล็อกฮีลที่จะหยุดสกัดบาเรียของพรีสน้ำ หากพรีสน้ำที่ไร้บาเรียก็แทบจะถูกปลิดชีพได้ง่ายในพริบตาเช่นกัน แต่ก็เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมีตัวน่ารักโหดๆไว้กันบ้าน เพราะมีโอกาสหาได้จากการเปิด Unknown Scroll เอา จึงไม่ยากที่จะได้น้องนางมาครอบครอง

summoner 16

Living Armor [Wind]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 3/5

          สำหรับใครที่มองหาตัวถึกๆระดับ 3 ดาวเนี่ย ต้องเล็งเจ้า Living Armor หรือนักรบหุ้มเกราะลมไว้เลย เพราะเจ้าตัวนี้มันตอบโจทย์ทักความถึกและได้ความโหดจากสกิลของมันอย่างรุนแรงมาก ด้วยสกิล 3 ที่โจมตีเป้าหมายเดียว โดยเพิ่มดาเมจจาก DEF ของตัวเกราะลม และยังไม่คิดค่าพลังป้องกันของเป้าหมายที่โจมตีหาก DEF ของเป้าหมายนั้น น้อยกว่า DEF ของเจ้าเกราะลมนี้ 50% เรียกได้ว่า ปราบมอนสเตอร์สายโจมตีได้อย่างมาก เพราะ DEF ของมอนสเตอร์สายโจมตีนั้น DEF จะน้อยอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งสกิล 1 2 ยังเพิ่มความแรงตาม DEF ของเจ้าเกราะลมทั้งนั้น จึงไม่แปลกเลยที่จะเป็นตัวชนแสนจะถึกด้วย DEF ขนาดนี้ แถมยังเป็นอีกหนึ่งในตัวที่ปราบพรีสน้ำได้ดีเยี่ยมด้วยสกิล 3 ตามที่กล่าวไป

          ข้อควรระวังของเจ้าเกราะลมนี้คือ การเจอมอสเตอร์ที่มีการโจมตีแบบไม่คิดพลังป้องกัน เนื่องจากเจ้าเกราะลมนั้น เน้นการโจมตีที่อิงค่า DEF จึงควรที่จะจัดรูน DEF ให้มากๆ แต่นั้นก็จะทำให้การปะทะกับการโจมตีทะลุพลังป้องกันนั้นแพ้ทางนี้ไปเต็มๆเช่นกัน แต่เนื่องจากมีโอกาสหาได้จาก Unknown Scroll ก็เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมีตัวชนที่สามารถเป็นตัวตีสุดโหด เดล่ามาสะสมและอัพสกิลให้เต็มไวๆได้เช่นกัน

summoner 17

summoner 18

Werewolf [Water, Fire]

ความน่าใช้ 3/5

ความยากในการหา 3/5

          มาถึงคราวของเหล่าแวร์วูฟ หมาป่าสุดถึกทั้งสองตัวนี้ ซึ่งเป็นทั้งตัวชนและตัวป่วนได้ดีเลยทีเดียว

          เริ่มกันที่แวร์วูฟน้ำ เป็นมอนสเตอร์ที่เป็นทั้งตัวชน ตัวซัพ ตัวป่วนได้ครบสูตร เนื่องจากสกิล 1 ที่โจมตีธรรมดาใส่เป้าหมายพร้อมมีโอกาสติดบล็อกฮีล ทำให้ศัตรูที่โดนโจมตีอาจจะมีสิทธิตายได้ นอกจากนี้สกิล 2 ที่ซัพพอร์ตเพื่อนในทีมได้ด้วยการเพิ่ม HP 15% ให้กับทุกคนในทีม และให้บัฟ SPD อีก 2 เทิร์น ทำให้เพื่อนๆในทีมมีโอกาสเร่งเทิร์นได้ไวขึ้น และสกิล 3 ที่โจมตีเป้าหมายพร้อมสร้างโอกาสที่จะเจาะเกราะทำให้เป้าหมายพลังป้องกันลดลง 3 เทิร์น จึงครบสูตรทุกกระบวนท่าเลย

          และมาถึงแวร์วูฟไฟ คล้ายคลึงกับแวร์วูฟน้ำ แต่ต่างกันที่สกิล 2 3 ซึ่งสกิล 2 นั้นเป็นการโจมตีใส่เป้าหมายพร้อมสร้างโอกาสที่จะทำให้เป้าหมายมึนงง [Stun] ได้ และสกิล 3 เป็นสกิลติดตัวที่แสนจะดีมาก เพราะเพิ่ม HP 10% ให้กับตัวแวร์วูฟเองทุกเทิร์นโดยที่อัตราการฟื้นฟูของสกิลนั้นเพิ่มขึ้น 100% ด้วยเช่นกัน ทำให้ยิ่งอยู่ทนยิ่งถึกเข้าไปอีก

          ข้อควรระวังของแวร์วูฟทั้งสองนี้คือ การเจอมอสเตอร์ที่มีการโจมตีแบบไม่คิดพลังป้องกัน และการเจอมอนสเตอร์สายป่วนที่ทำให้ไม่สามารถได้เทิร์นโจมตี หรือโจมตีไม่ได้ต่างๆ เพราะตัวแวร์วูฟต้องการเทิร์นในการซัพพอร์ตตัวเอง และซัพพอร์ตทีมได้ แต่เป็นมอนสเตอร์ที่น่าสนใจสำหรับตัวชนอย่างง่าย

summoner 19

Bearman [Light]

ความน่าใช้ 5/5

ความยากในการหา 3/5

          ถ้าไม่หยิบเอาเจ้าหมีแสงตัวนี้เข้ามาในลิสต์แนะนำนี่คงจะพลาดอย่างใหญ่หลวงแน่นอน เพราะความเก่งกาจในเรื่องการซัพฮีลและเป็นรถถังที่เลือดเยอะทำให้น่าจับมาใส่ในทีมได้แทบทุกสถานที่ ทุกสถานการณ์เลยก็ว่าได้ ด้วยสกิลสาม ที่เป็นสกิลติดตัว เมื่อหมีแสงโจมตีคริติคอลติดเมื่อใด จะทำการเพิ่ม HP 15% จาก Max HP ของหมีแสงให้กับทุกคนในทีม ซึ่งนั่นเท่ากับว่ายิ่ง HP ของหมีแสงมากเท่าไหร่ โอกาสฮีลให้กับเพื่อนในทีมจะเป็นตัวเลขเดียวกันทั้งหมด ซึ่งทำให้แซงทางโค้งแก่ตัวซัพสายฮีลหลายๆตัวไปเลย แต่นั่นก็ต้องทำให้เจ้าหมีแสงมีโอกาสคริติคอลที่สูงเพื่อที่จะได้ฮีลทุกครั้งที่ทำการโจมตี นอกจากนี้ยังมีสกิล 2 ที่โจมตีเป้าหมายโดยความแรงของสกิลขึ้นอยู่กับ HP ของเจ้าหมีแสงเช่นกัน อีกทั้งสกิล 1 ที่คุณประโยชน์มากเพราะเป็นการโจมตีใส่เป้าหมายและสร้างโอกาสติดสถานะProvoke[ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ 1 เทิร์นและจะใช้สกิล 1 ใส่ผู้ใช้สถานะนี้] เอาไว้ตีใส่ตัวที่ต้องการจะไม่ให้ได้โอกาสใช้สกิลป่วนหรือโจมตีแรงๆใส่ทั้งทีมตามแผนของศัตรู เป็นทั้งตัวชนและซัพชั้นเยี่ยมที่สามารถหาได้เองด้วย

          ข้อควรระวังของหมีแสงนี้คือการต้องเจอกับสถานะ Miss Attack ซึ่งนั่นจะทำให้สกิล 3 ติดยากขึ้นเพราะการติด Miss Attack จะทำให้เราโจมตีพลาดบ่อยขึ้น พลังโจมตีจะลดลงและลดโอกาสคริติคอลลงด้วย เมื่อไม่คริ ก็ไม่ฮีล ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ทีมค่อยๆร่วงกันไปก็ได้ อีกทั้งยังต้องระวังการปะทะกับ Sylphid ลมหรือมอนสเตอร์ที่มีสกิลบัฟโล่กันคริติคอล เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เราโจมตีคริติคอลยากขึ้นไปอีกจากเดิม อีกหนึ่งตัวที่เหนื่อยใจเลยคือพรีสน้ำ ซึ่งเป็นคู่ปรับไม้เบื่อไม้เมาเอาไม่ลงกันเลยทีเดียว เพราะพรีสน้ำจะสร้างบาเรียเมื่อตีคริ และแบแสงก็จะฮีลเมื่อตีคริ ทำให้ถ้าเหลือกัน 1-1 ก็รอแนะนำให้สู้จนกว่าจะกด Draw ออกมาละกันนะครับ ฮ่าๆ แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่สามารถหาได้จาก Secret Dungeon ในวันที่มีดันธาตุแสง แม้ว่าโอกาสที่จะล่าได้อาจจะยากสักนิด ต้องอาศัยความพยายามในการหาตามแชนแนลในเกมต่างๆ ก็ไม่อยากที่จะครอบครองมาปั้นใช้ได้ในระยะยาว

summoner 20

Vagabond [Light]

ความน่าใช้ 3/5

ความยากในการหา 3/5

          ตัวชนธาตุแสงอีกหนึ่งตัวที่น่าใช้กับเจ้าวากาบอนแสง หรือนักรบแสง ที่เสริมความถึกทนให้กับทีมได้อย่างมาก ด้วยสกิลติดตัวที่ลดดาเมจที่ได้รับให้กับสมาชิกที่เหลือในทีม ยกเว้นตัวเอง ถึง 15% แต่ไม่มีผลกับดาเมจที่ติดจากสถานะต่างๆเช่น ติดพิษ หรือระเบิด เป็นต้น และสกิล 1 ที่โจมตีและสร้างโอกาสเจาะเกราะเป้าหมายทำให้โดนตีแรงขึ้น อีกทั้งยังมีสกิล 2 ที่โจมตีและสร้างโอกาสหักดาบเป้าหมายทำให้พลังโจมตีลดลง เป็นตัวชนที่มีสกิลป่วนครบเครื่องและซัพเพื่อนในทีมได้ดีเลยทีเดียว

          ข้อควรระวังของนักรบแสง คือ การที่ตัวเองไม่มีผลของสกิล 3 ทำให้อาจจตกเป็นเป้าหมายแรกในการโดนรุมโจมตีเพราะ หากตัวนักรบแสงตายเมื่อใด สกิล 3 จะไม่มีผลกับสมาชิกที่เหลือในทีม นั่นเท่ากับว่าจะสามารถทำดาเมจใส่สมาชิกที่เหลือได้เต็มที่ แต่ก็ยังเป็นมอนสเตอร์ที่สามารถหาได้จากใน Secret Dungeon เช่นกัน

summoner 21

Warbear [Wind]

ความน่าใช้ 4/5

ความยากในการหา 2/5

          ปิดท้ายด้วยมอนสเตอร์ระดับ 2 ดาวที่ความสามารถไม่ได้น้อยตามระดับดาวของมันเลย กับเจ้าหมีสงครามแห่งวายุ ขอเรียกว่าวอแบร์ลมละกันนะครับ ซึ่งเจ้าตัวนี้ทีเด็ดของมันอยู่ที่สกิล 3 ที่จะทำการโจมตีด้วยดาเมจสะสมที่ได้รับมาจากการถูกโจมตีทั้งหมดใส่เป้าหมายตัวเดียว และหากเป้าหมายตาย จะได้เทิร์นต่อเนื่องทันที นั่นหมายความว่าหากวอแบร์ลมมี HP ที่สูงมากพอและสะสมดาเมจได้มากๆ สามารถโจมตีด้วยท่านี้ใส่ศัตรูให้ดับได้ในครั้งเดียว และหากศัตรูเป้าหมายที่โจมตีใส่นั้นตาย ก็จะได้เทิร์นต่อเนื่องทำให้หากใช้สกิล 2 ก็จะเพิ่ม HP และให้บัฟป้องกันแก่วอแบร์ลมเข้าไปอีก ทำให้ถึกทนและสวนกลับอยากโหดเหี้ยมมาก

          ข้อควรระวังของวอแบร์ลม คือการปะทะกับสกิลที่ทำให้ไม่สามารถโจมตีได้ เพราะเราต้องการที่จะสวนด้วยสกิล 3 เมื่อถึงเวลาที่สะสมดาเมจได้มากพอ หากพลาดเสียจังหวะถูกหยุด วอแบร์ลมก็อาจจะร่วงก่อนที่จะได้ใช้สกิล 3 แทน แต่ด้วยความที่เป็นมอนสเตอร์ที่หาใช้งานได้ง่ายจาก Unknown Scroll และ Secret Dungeon ทำให้อัพสกิลเต็มได้ไม่ยากและใช้งานค่อนข้างง่าย

จัดทีม HP & DEF ให้เข้าสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง

- สำหรับการลงดันเจี้ยนทั่วไป

               การจัดทีม HP & DEF ในทีมสำหรับการลงดันเจี้ยนทั่วไปนั้น ควรจะใส่เพียงแค่ 1- 2 ตัวพอ เพราะหากมีมากกว่านี้ ดาเมจของทีมที่จะทำให้กับทีมได้จะยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆเช่นกัน เว้นแต่ว่าตัวชนที่ทำสาย HP & DEF นั้นจะมีสกิลโจมตีที่สามารถทำดาเมจจาก HP & DEF ที่มีอยู่ได้ ซึ่งหนึ่งในตัวที่ใช้กันอย่างมาก และหาได้ง่าย เช่นBearman [Light], Warbear [Wind], Sylphid [Wind]

- สำหรับการลง Secret Dungeon

               เนื่องจาก Secret Dungeon หรือ Heroic Dungeon ในกิจกรรมบางครั้ง เป็นด่านที่ต้องตะลุยอย่างยาวนาน จึงจำเป็นที่ควรจะมีตัวชนอย่างน้อย 1 – 2 ตัวและควรเป็นตัวที่สามารถซัพพอร์ตทีมได้ ไม่ว่าจะเป็นบัฟให้ทีมหรือฮีลให้กับทีม เช่น Archangel [Water, Fire, Wind], Oracle [Water], Undine [Wind], Sylphid [Wind], Bearman [Light]

- สำหรับการลงหอคอย 100 ชั้น Trial Accession

               หอคอย 100 ชั้นนี้ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของบอสแต่ละชั้น อาจจะมีแท้งแค่เพียงตัวเดียวก็พอ หรืออาจจะ 2 ตัว แต่ตัวที่นิยมใช้ได้ยาวเลยก็คือ Archangel [Water, Fire], Bearman [Light], Warbear [Wind] เนื่องจากสกิลเป็นทั้งตัวรองรับดาเมจและซัพพอร์ตให้กับทีมได้ แต่อย่างเจ้าวอแบร์ลมนี่คือสามารถซัพให้ตัวเองอยู่รอดและยังใช้สกิลโจมตีหนักหน่วงได้หากสะสมดาเมจเรื่อยๆ

- สำหรับการลงอารีน่า [ทีมกันบ้าน]

               ในการจัดทีมกันบ้านนั้น สามารถเลือกได้ว่าจะเป็น Full HP & DEF หรือจะเป็นทีมผสมก็ได้ ซึ่งสำหรับ Full HP & DEF นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเสายิง [Arcane Tower] ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการทำดาเมจให้กับทีมได้ และหากมีตัวช่วยอย่างแท่นเพิ่มความแรงของเสายิ่ง [Crystal Rock] ที่ซื้อและอัพเกรดได้ใน Glory Shop ก็จะยิ่งเพิ่มความแรงในการยิ่งของเสาในแต่ละครั้งได้เข้าไปอีก นอกจากนี้ยังมี Arcane Booster Tower ที่ช่วยเร่งความเร็วของเสายิงให้ยิได้เร็วขึ้นถี่ขึ้น แต่การจัดตัวทีมกันบ้านก็สำหรับสายนี้ในกรณีที่มีตัวแนะนำดังกล่าวข้างต้นครบถ้วนทุกตัว สำหรับผมจะเลือกทีมประมาณนี้

**ตัวแรกใช้เป็น Leader ของทีม

- Monkey King [Fire], Archangel [Water], Archangel [Fire], Bearman [Light]

- Archangel [Water], Archangel [Wind], Oracle [Water], Dragon Knight [Fire]

- Monkey King [Wind], Dragon Knight [Fire], Sylphid [Wind], Bearman [Light]

- Oracle [Water], Archangel [Wind], Lich [Wind], Epikon Priest [Water]

- Bearman [Light], Vagabond [Light], Epikon Priest [Water], Warbear [Wind]

ส่วนทีมผสมนั้น ก็ควรที่จะเลือกใส่ไปอย่างน้อย 1 ตัวและมากสุด 2 ตัว เพราะหากมากเกินกว่านี้จะไม่มีดาเมจมาก

พอ และจะทำให้ดาเมจที่ทำได้น้อยเกินไปจนสามารถโดนศัตรูสวนกลับจนมอนสเตอร์สายดาเมจร่วงแล้วทำให้เสียที่ว่างไปโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนตัวที่เลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับทีมของผู้เล่นแต่ละท่านและคู่ต่อสู้ในแต่ละทีมที่จะเลือกสู้ด้วย

- สำหรับการลงอารีน่า [ทีมบุก]

               เนื่องจากการบุกจะใช้หลักคล้ายกับการจัดทีมผสมของทีมกันบ้าน เนื่องจากเราคงไม่สามารถจะทำทีมถึกทั้งทีมไปบุกบ้านที่มีเสายิงคอยลดพลังชีวิตเราอยู่เรื่อยๆได้ ดังนั้นควรจะใส่แค่เพียง 1 ตัว หรืออาจจะไม่มีความจำเป็นในการใส่ตัวชนก็ได้ เว้นแต่ จะใช้เป็นตัวล่อให้กับ AI ในเกมในการล่อให้ตีตัวแพ้ธาตุ เช่น การนำพรีสน้ำ เข้าไปในทีมบุกเพื่อล่อให้ศัตรูที่เป็นธาตุลมโจมตี เราก็ใส่มอนสเตอร์ธาตุอื่นที่ไม่ใช่น้ำลงไปได้ไม่ว่าจะเป็นสายตีหรือสายซัพ และเราก็จะสามารถรุมมอนสเตอร์ธาตุลมได้สบายๆ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชอบส่วนตัวของผู้เล่นในการจัดทีมบุกแต่ละครั้งด้วย เพราะสามารถปรบเปลี่ยนได้ตลอดเวลาครับ

รูนที่เหมาะกับสาย HP & DEF

               รูนสำหรับการทำมอนสเตอร์สาย HP & DEF คงหนีไม่พ้น Energy Rune, Guard Rune, Endure Rune ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นต้องการที่จะเสริม HP หรือ DEF หรือเสริมความทนทานในการต้านสถานะผิดปกติ ให้แก่มอนสเตอร์สายถึกทนของท่าน โดยส่วนตัวผมชอบที่จะเพิ่ม HP มากกว่า DEF เนื่องจากหาก DEF เยอะแต่ถ้าเจอตัวโจมตีทะลุเกราะอย่างเช่น Joker [Wind] ซึ่งมีอยู่มากมายในเกม DEF แทบจะไร้ประโยชน์ไปเลยในทันที ผมจึงให้ความสำคัญกับ HP มากกว่า เว้นเสียแต่มอนสเตอร์ตัวนั้นดึงประโยชน์จาก DEF ได้กับสกิลโดยตรงเช่น Living Armor [Wind] อย่างนี้เป็นต้นที่ผมจะสนับสนุน Guard Rune และหาออฟ DEF% มาเสริม ส่วน Endure Rune ก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แต่ถ้าลำบากใจที่จะใส่ Endure เพื่อแค่ RES 20% ของโบนัสรูน อาจจะสละเป็นรูนช่อง 6 เซ็ตอื่นที่ต้องการแต่หาออฟหลักเป็น RES % ซึ่งถ้า 6 ดาวสามารถทำได้สูงสุดถึง 64% ทำให้กันสถานะได้มากขึ้นไปอีก

               ส่วนรูนอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับสาย HP & DEF นั่นคือ Violent Rune เนื่องจากตัวชนส่วนมากจะต้องซัพพอร์ตเพื่อนในทีมและรองรับดาเมจ สกิลจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมอยู่มาก หากใส่รูนเซ็ตนี้แล้วดวงดีได้เทิร์นโบนัสเข้ามา ก็จะยิ่งลด Cooldown สกิลลงไปได้เรื่อยๆ ทำให้ใช้สกิลที่ต้องการได้ไวขึ้นจากเดิม เช่น Bearman [Light] หากใส่รูนเซ็ตนี้ มีโอกาสได้เทิร์นต่อเนื่อง พี่หมีแกก็จะยิ่งฮีลได้เรื่อยๆทำให้เลือดในทีมไม่มีลดเลยก็ว่าได้ เป็นต้น

 ** ระหว่างออฟหลัก HP & DEF แบบตัวเลข กับ HP & DEF แบบเปอร์เซ็นต์ ของรูนช่อง 2 4 6 นั้น แนะนำว่าปลายทางควรหันมาเปลี่ยนเป็นแบบเปอร์เซ็นต์ให้หมดเพราะจะเพิ่มได้คุ้มมากกว่าครับ

          ละก็จบลงไปแล้วกับการแนะนำการจัดทีมสาย HP, DEF ปราการแกร่งแห่ง Sky Arena ซึ่งหากจัดสรรรูนกับมอนสเตอร์ดังกล่าวที่ได้แนะนำไปและผู้เล่นมีมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ ก็จะช่วยให้ทีมของท่านยืนหยัดได้ดังป้อมปราการที่ไม่มีวันล้มได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มอนสเตอร์ที่ผมได้ยกตัวอย่างมา ผู้เล่นอาจจะมีตัวอื่นที่คิดว่าดีกว่า ก็สามารถนำมาใช้งานได้เช่นกัน ไม่ได้หมายความว่าตัวที่ผมไม่ได้นำมาเสนอในสาย HP & DEF ในบทความนี้จะไม่เก่ง แต่เพียงแค่จากประสบการณ์ที่ผมพบเจอจึงนำตัวที่คิดว่าน่าใช้และเห็นบ่อยมาแนะนำมากกว่าครับ ซึ่งสไตล์ทีมของแต่ละคนก็จะชอบแตกต่างกันออกไป ผมแค่อยากจะแนะนำให้คร่าวๆถึงรูปแบบของสายการเล่นนี้ให้รู้ลึกรู้จริงเท่าที่ผมได้สัมผัสมาครับ

               ชอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับแล้วติดตามผลงานของผมนาย AonZa ได้ใหม่บนเว็บไซต์ www.itinmod.com หรือติดตามจาก Facebook Fanpage ของเราที่ https://www.facebook.com/iTinMod ครับผม 

บทความโดย AonZa

 

Share
15fd15ce7c9be2755f1311b94febf5f3.jpg