iTinMod-Logo2
 

AMD R9 FURY X

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีกราฟฟิกการ์ดตัวแรงตัวหนึ่งของทางฝั่ง AMD มาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ก่อนหน้านี้ AMD ได้มีการเปิดตัวกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon R7/R9 300 Series กันไปสักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังมีกราฟฟิกการ์ดระดับ High-End ที่สูงขึ้นอีกเปิดตัวพร้อมๆกับ R7/R9 300 Series ด้วย นั่นก็คือ AMD R9 Fury X นั่นเอง AMD R9 Fury X นั้นถือเป็นกราฟฟิกการ์ดแบบ Single GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของ AMD ในปัจจุบัน มาพร้อมกับชิปตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Figi ที่ผลิตบนพื้นฐานสถาปัตยกรรม GCN1.2 28nm ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของ AMD ที่ใหม่ที่สุดในตอนนี้ นอกจากนี้ยังเป็นกราฟฟิกการ์ดตัวแรกที่ใช้แรมรุ่นใหม่อย่าง High Bandwidth Memory (HBM) ด้วย โดย Fury X จะมาพร้อมกับแรม HBM ขนาด 4GB 4096 bit แรม HBM นอกจากจะมีความกว้างในการส่งข้อมูลที่มากขึ้นจากแรมเดิมๆแล้ว ยังช่วยให้กราฟฟิกการ์ดมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์มาขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าวันนี้แอดมินมารีวิวเจ้า AMD R9 Fury X นั่นเอง จะเป็นอย่างไร แรงขนาดไหน มาชมกันครับ

specs

p1

AMD Radeon R9 Fury X มาพร้อมกับแรมรุ่นใหม่อย่าง HBM ที่มี Bandwidth/Watt สูงกว่าแรม GDDR5 3 เท่า มี Bus width ที่ 4096 bit ถือว่าเป็นแรมที่ Bandwidth สูงที่สุดของ AMD ในปัจจุบัน มีไฟแสดงสถานะการทำงานและไฟเพื่อความสวยงาม มีขนาดเพียง 7.5 นิ้ว ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆในอนาคตอย่าง 4K Gaming และ VR Gaming

p3

สามารถทำงานบนความละเอียด 4K และสูงกว่า รองรับ DirectX12, Vulkan, OpenGL 4.5,  Mantle, AMD Eyefinity 3x1 โดยใช้จอความละเอียด 1440p ทำให้ได้ความละเอียดรวมๆถึง 6K และ FreeSync

p4

AMD Radeon Fury X เป็นกราฟฟิกการ์ดตัวแรกที่นำเอาแรมรุ่นใหม่อย่าง HBM มาใช้งาน HBM จริงๆแล้วเป็นแรมที่ทาง AMD ได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2008 แล้ว ซึ่งใช้ระยะเวลาในการพัฒนาก่อนนำมาใช้จริงประมาณ 7 ปี

p5

หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่าทำไม AMD ถึงเลือกที่จะเปลี่ยนแรมจาก GDDR5 มาเป็น HBM ก็เพราะว่าในปัจจุบันแรม GDDR5 เริ่มใกล้ตันแล้ว จริงๆแล้ว GDDR5 ยังสามารถดันให้แรงขึ้นอีกได้ แต่ก็ไม่คุ้มค่า เพราะอัตราการใช้พลังงานจะสูงขึ้นมาก

p6p9

นอกจากนี้ แรม GDDR5 ใช้เนื้อที่เยอะ จำเป็นต้องนำเอาเม็ดแรมวางไว้บน PCB ใกล้ๆชิป GPU

p8

แต่ HBM ผู้ผลิตสามารถเอา Die ของแรมมาวางบนส่วนที่เรียกว่า Interposer รวมถึงสามารถเอา Die ของแรมหลายๆอันมาวางทับๆสูงขึ้นไปได้ด้วยและเชื่อมต่อแต่ละ Die ผ่าน Through-Silicon Vias ทำให้กินเนื้อที่น้องลง

p10p11

เมื่อเอามาเทียบกันจะเห็นได้ชัดว่า GDDR5 1 ชิปกับ HBM 1 stack ให้ Bandwidth ที่แตกต่างกัน รวมถึง HBM ใช้ Voltage ต่ำกว่า ถ้ามาดูในส่วนของ Bandwidth/Watt HBM ก็ทำได้ดีกว่า GDDR5 มากกว่า 3 เท่ากันเลย

p12

ในส่วนของขนาด 1GB GDDR5 กับ 1GB HBM เห็นได้ชัดว่า HBM มีขนาดใช้พื้นที่น้อยกว่า และน้อยกว่าถึง 94%

FURYX 07

มาถึงพระเอกของเรา AMD Radeon Fury X กันบ้าง เมื่อพูดถึงกราฟฟิกระดับ High-End กันแล้ว หลายๆท่านต้องนึกถึงกราฟฟิกการ์ดใหญ่ๆ อลังการ แต่สำหรับ Fury X นั้นมีความยาวเพียง 7.5 นิ้วซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กพอๆกับกราฟฟิกการ์ดระดับล่างๆบางตัวเลยซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ AMD เลือกใช้แรม HBM แทนแรม GDDR5 นั่นเอง สำหรับใครที่กลัวร้อน เจ้าตัวนี้ใช้ระบบระบายความร้อนแบบน้ำครับ เรื่องร้อนหายห่วง หน้าตาของเจ้าตัวนี้ดูคล้ายๆกับกล่องดินสอเลยแฮะ ฮ่าๆ

FURYX 02

ด้านหน้าของตัวการ์ดก็จะมีเขียนคำว่า Radeon ตัวแดงๆใหญ่ๆอยู่

FURYX 03

แน่นอนว่าการ์ดใบนี้รองรับการเชื่อมต่อ PCI-E 3.0 ครับ

FURYX 04

สำหรับ AMD Radeon Fury X จะมีพอร์ทการเชื่อมต่อจอเป็น 3x Display Port และ HDMI สำหรับใครที่ยังใช้จอ DVI ต้องหาสายมาแปลงครับ ส่วนหนึ่งที่น่าเสียดายคือเจ้า Fury X ตัวนี้ยังใช้พอร์ท HDMI 1.4a อยู่ ซึ่งยังไม่ใช่ HDMI 2.0 ทำให้เรายังไม่สามารถใช้งานจอความละเอียด 4K ให้วิ่งที่ 60Hz ผ่านช่อง HDMI ตัวนี้ได้

FURYX 05 FURYX 06

ด้านข้างก็จะมีเขียนว่า Radeon อีกเช่นกัน และเมื่อใช้งานจะมีไฟสีแดงขึ้นมาด้วย(สามารถดูภาพได้ในส่วน Testing & Benchmark ครับ) การ์ดใบนี้ใช้พอร์ทไฟเลี้ยง 8+8 pin PCI-E ด้านมองส่วนที่อยู่ด้านบนของช่องเสียบไฟเลี้ยงจะเห็นเป็นจุด 9 จุด ซึ่งจุดพวกนี้บ่งบอกสถานะการทำงานของตัว GPU ครับ

FURYX 08

สายชุดน้ำทำออกมาดูดี ทนทานครับ

FURYX 09

FURYX 10 FURYX 11

พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำขนาด 120mm ดูดีทีเดียวครับ

Testing & Benchmark

p13p14

cpu

CPU: i7 3770 @ 4.3 GHz

CPU Cooling: Cooler Master Seidon 120V

GPU: AMD Radeon R9 Fury X

RAM: Kingston HyperX 8x2GB

Mainboard: ASRock Z77 Extreme 4

SSD: Plextor M5P Extreme 128GB

PSU: Thermaltake TR2 800W

OS: Windows 10 Pro 64bit

GPU Driver: Catalyst 15.7.1

GPU-Z

AMD Radeon R9 Fury X Stock

gpuz

สำหรับ AMD Radeon R9 Fury X จะใช้ชิป Fiji แบบเปิดหน่วยประมวลผลทั้งหมดหรือรหัส Fiji XT โดยจะมีจำนวน 4096 Stream Processors 64 ROPs และ 256 TMUs ขนาดของ Die ใหญ่มากคือ 596 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งใหญ่พอๆกับชิป GM200 ที่อยู่บน GTX Titan X มาพร้อมกับแรม HBM ขนาด 4GB หลายๆท่านอาจจะเห็นจากภาพแล้วว่า Memory Clock ของเจ้า HBM อยู่ที่ 500 MHz ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับแรม GDDR5 แล้วแรมใหม่นี้จะแรงจริงหรือ? ตัว HBM อาจจะมีความถี่ที่ไม่เยอะมากนัก แต่เราสิ่งหนึ่งที่เราเห็นชัดเจนคือ Bus width ของแรมกว้างมากๆอยู่ที่ 4096 bit ตรงส่วนนี้แหละที่มาชดเชยให้ประสิทธิภาพของ HBM ดีกว่า GDDR5 เมื่อคิดรวมๆแล้วได้ Bandwidth แรมอยู่ที่ 512GB/s

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

gpuzoc

เมื่อลอง Overclock สามารถเพิ่ม GPU Clock ไปได้อีกนิดหน่อยที่ 1120 MHz และหลายๆท่านน่าจะทราบแล้วว่าแรม HBM ยังไม่สามารถโอเวอร์คล้อกได้ครับ

Furmark

AMD Radeon R9 Fury X Stock Fan: Auto

furmarkauto

AMD Radeon R9 Fury X Stock Fan: 100%

furmark100

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz Fan: Auto

furmarkautooc

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz Fan: 100%

furmark100oc

temp

Power Consumption

วัดอัตราการใช้พลังงานตอนทดสอบโปรแกรม Furmark ครับ

AMD Radeon R9 Fury X Idle

idle

AMD Radeon R9 Fury X Stock Full Load

fls

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz Full Load

floc

powerconsumption

3DMark

AMD Radeon R9 Fury X Stock

ise

cg

sd

fs

fse

fsu

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

fseoc

fseoc

fsuoc

3DMark 11

AMD Radeon R9 Fury X Stock

px

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

pocxoc

Unigine Heaven Benchmark 4.0

AMD Radeon R9 Fury X Stock

ffxiv

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

ffxivoc

Unigine Valley Benchmark 1.0

AMD Radeon R9 Fury X Stock

valley

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

valleyoc

Metro Last Light Benchmark

AMD Radeon R9 Fury X Stock

metroll

AMD Radeon R9 Fury X OC @ 1120/500 MHz

metrolloc

metrolltable

BattleField 4

bf4

bf4table

Crysis 3

crysis3

crysis3table

Conclusion

FURYX 01

หลังจากที่เห็นผลการทดสอบกันไปแล้ว หลายๆท่านคงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกราฟฟิกการ์ดระดับ High-End ในปัจจุบันจริงๆ ในด้านอุณหภูมิเวลาใช้งานมีชุดน้ำระบายความร้อนซึ่งทำได้ดีตัวชิป GPU เย็นสบายมากครับ Full Load แบบ Overclock สูงสุดที่ 67 °C หรือใครที่อยากได้เย็นกว่านี้ก็สามารถปรับรอบพัดลมให้เร็วขึ้นได้ซึ่งก็ทำให้อุณหภูมิลดลงราวๆ 10 °C ตัวการ์ดมีขนาดไม่ยาวมากเนื่องมาจากการเปลี่ยนมาใช้แรมรุ่นใหม่อย่าง HBM เหมาะกับเพื่อนๆบางท่านที่ชอบใช้เคสเล็กๆก็สามารถนำการ์ดใบนี้ไปใส่ได้ (แต่อย่าลืมนึกถึงที่วางหม้อน้ำด้วย) อัตราการใช้พลังงานทั้ง System ที่ทดสอบนี้ใช้ไฟประมาณ 500W ในส่วนของการใช้งานก็สามารถเล่นเกม BattleField 4 แบบ Ultra บนความละเอียด 2560x1440 ได้อย่างสบายๆเฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 60 FPS และ Crysis 3 แบบปรับสุดทั้งหมดบนความละเอียด 2560x1440 ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลดี สำหรับใครที่เป็น Gamer ที่ชื่นชอบความแรง กราฟฟิกการ์ดใบนี้เป็นการ์ดที่น่าสนใจตัวหนึ่งเลยละครับ

ราคา: ~ 26,000 บาท

Review By Game11189

Share
15fd15ce7c9be2755f1311b94febf5f3.jpg