iTinMod-Logo2
 
dcu_1.jpg

cover

DCUO Review : Sorcery Power พลังแห่งมนตรา!!!

สวัสดีเพื่อนๆมิตรรักแฟนเพจอีกครั้งหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนานกับไกด์เบื้องต้นของ DC universe online ในส่วนของ Power Series ที่เราหวังจะให้เสร็จตั้งแต่เดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่ก็ยืดยาวมาจนถึงต้นเดือนนี้ ก็ยังคงเหลืออีก 4 Power ที่ยังทำไม่เสร็จ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่ากำหนดการของการเปิดเกมนี้ในไทยนั้นอยู่ประมาณที่เดือน กุมภาพันธ์ 2014 หรือว่าเดือนหน้านั่นเอง เราเลยจำเป็นจะต้องชะลอไกด์บางส่วนไว้ก่อนเพื่อให้มีเวลาที่เหมาะสมกับการเปิดของเกมนั่นเอง วันนี้เราก็มาต่อกันเลยดีกว่ากับ Sorcery Power หรือพลังแห่งมนตรา เรียกได้ว่าถ้าคุณชอบเล่นสาย Heal หรือชอบเวทย์มนต์ก็บอกได้เลยว่าจะต้องชอบสายนี้แน่ๆ ดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าอยากจะเล่นสายนี้จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

Sorcery Power พลังแห่งมนตรา!!!

Sorcery Power นั้นเป็นสาย Heal สายแรกจากทั้งหมด 4สายคือ Sorcery, Nature, Electric และล่าสุดที่เพิ่งออกมาคือ Celestial ซึ่งเป็น DLC pack ซึ่งเราจะกล่าวถึงทั้งหมดในครั้งต่อไป Sorcery Power นั้น เน้นที่การซัพพอร์ตปาตี้เป็นหลักสามารถใช้เวทย์มนต์สาปศัตรูให้กลายเป็นนู่นนี่นั่นได้ แถมยังสามารถเรียกซอมมอนออกมาช่วยสู้ได้อีกด้วย แม้ซอมมอนที่เรียกมาจะไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนักแต่พวกเสา Totem ก็นับว่าน่ากลัวใช้ได้ สาย Sorcery นั้นมีพลังการ Heal ที่ค่อนข้างสูงทีเดียว เรียกได้ว่าเป็น Burst Heal แบบดอกใหญ่ๆ ดอกเดียวเต็ม หรือดอกเดียวฮีลครึ่งหลอดอะไรแบบนั้นซึ่งจะค่อนข้างต่างกับสาย Nature ที่จะเป็น Heal over time ในการ PvP นั้นเท่าที่เคยสู้ด้วยเจอสายนี้ฮีลแรงๆ และ Gear หนักๆถึกๆนี่เหนื่อยมากถึงมันจะตีไม่แรงมากแต่มันถึกจริงๆค่ะ ฮีลทีเต็มหลอดงี้ไรงี้ตีแล้วเหนื่อยส่วนในการ PvE ลงดันเจี้ยนตีบอสต่างๆก็หน้าที่หลักตรงๆเลยคือเป็น Healer ซึ่งก็นั่นล่ะค่ะยืนคู่กับพวกสาย Control คอยหลบสกิลบอสต่างๆเพื่อ Heal ให้ Tank และเพื่อนๆในปาตี้เพื่อให้ยืนได้นานขึ้นนั่นเอง

ค่า Status ที่ Sorcery Power นิยมเน้น

ในโลกของ DCUO นั้นเราแบ่งหน้าที่หลักๆของเกมออกเป็น 4 Role ตรงนี้ต้องพูดย้อนสักหน่อยเพราะว่าบางคนอาจจะไม่ได้อ่านในส่วนของไกด์ที่เราทำก่อนหน้า 4 Role ที่ว่านี้ก็คือ “4บทบาทการเล่น” คือTank, Controller, Healer และ DPSโดยแต่ละ Powerนั้นจะมีRoleหลักๆของตนเอง 1 Role และสามารถที่จะสลับไปเล่นสายDPSได้ทุกๆPowerเช่น สายพืช (Nature)นั้นหลักๆแล้วเป็น Healer แต่ก็สามารถสลับไปเล่นเป็น DPS ได้ด้วย สาย Gadget หลักๆเป็น Controller แต่ก็สามารถสลับไปเล่นเป็น DPS ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดความหลากหลายของการ อัพสกิล และ Status ค่อนข้างมากขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นต้องการจะเล่น Power นั้นๆในบทบาทไหนเป็นหลักค่า Status ที่เน้นก็จะต่างกันออกไปด้วย แต่ก็ไม่ได้มากมายนักหลักๆยังเหมือนกันอยู่ค่ะ

P1

โดยค่า Status ที่สาย Sorcery หรือเหล่า Healer Role นั้นค่อนข้างฟิคเลยว่าจะต้องเป็น Restoration นำโดยเราจะแสดงภาพรวมๆหลักๆของสายที่คุณจะเล่นเอาไวดังนี้ค่ะ โดยคนที่จะเล่นสาย Sorcery นั้นหลักๆคือการ Support เพื่อนๆคนอื่นในปาตี้ทั้งใน PvP และ PvE และค่อนข้างจำเป็นที่คุณจะต้องมีอาวุธชุดเกราะที่ดีๆสักหน่อยเพราะการที่คุณยืนได้นาน นั่นเท่ากับว่าเพื่อนๆจะยืนได้นานด้วยเช่นกัน โดยไม่ต้องห่วงมากนักหรอกค่ะเพราะว่าสกิลฮีลของสาย Sorcery นั้นค่อนข้างจะเป็นดอกเดียวใหญ่ๆและค่อนข้างแรงทีเดียวข้อควรระวังหลักๆเลยคือเรื่อง Power ที่จะหมดเร็วมากหากว่าไม่สามารถ โจมตีศัตรูด้วยการ ทำ Hit Combo เยอะๆ มันจะทำให้คุณง่อยเพราะว่าไม่มี Power พอที่จะฮีลเพราะฉะนั้นการคำนวณ Power และ Super Charge ให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์จึงสำคัญมากสำหรับคนที่เล่น Healer Role ทุกคนไม่เฉพาะแต่สาย Sorcery เท่านั้น

Sorcery สาย Heal

ในสาย Heal นั้นเน้นที่การช่วยเหลือปาตี้เป็นหลักแน่นอนว่าความเสียหายในการโจมตีของคุณจะลดลง และค่อนข้างจำเป็นอย่างมากที่ควรจะเล่นอาวุธพวกระยะไกลเพื่อลดความเสี่ยงในการคลุกวงในและโดน CC ซึ่งอาจจะทำให้คุณเสียจังหวะในการ Heal ได้ในการ PvE กับบอสหรือลงดันต่างๆนั้นค่อนข้างที่คุณจะต้องรวมกลุ่มกันให้ดี แต่อย่าเข้าใกล้บอสมากนักเพราะถ้าหากว่าบอสมันแสดงอภินิหารขึ้นมาแบบ CC รอบตัว หรือโดนความเสียหายหนัก พูดง่ายๆคือเสี่ยงตายมากเกินไปมันก็จะทำให้เพื่อนๆในปาตี้คนอื่นร่วงผลอยตามๆกันไปด้วยเพราะฉะนั้น อยู่ไกลได้ดีที่สุดเพื่อที่จะสามารถทำการโจมตีแบบ Hit Combo เพื่อฟื้น Power (มานา) ต่อเนื่องเพื่อนำไปใช้ในการ Heal นั่นเอง เหตุเพราะว่าสกิลของคุณค่อนข้างที่จะกินมานามาก การคำนวณมานาให้เหมาะสมกับสถานการณ์จึงจำเป็นและที่สำคัญ อยู่ใกล้ๆ Control Role เอาไว้มานาจะหมดยากขึ้นเพราะว่า Control Role จะคอยเติมมานาให้คุณตลอดเวลา (ถ้าเล่นเป็น) ส่วนใน PvP เคยเห็นอยู่หนาตาเหมือนกันที่มีคนเล่นสายอาวุธหนักพวก Two Hand เพราะว่าการที่คุณยืนได้นานแต่ไม่ดี Damage นั้นคุณจำเป็นที่จะต้องพึ่งความเสียหายจากอาวุธค่อนข้างมาก ประเภทว่ายืนทนรับดาเมนฮีลสู้และอัดศัตรูให้ร่วงก่อนคุณถ้าหากว่าคุณยืนคู่กับ Control Role แล้วได้รับการเติมมานาตลอดผนวกกับการใช้ท่า Super Charge ในการเติม Power ให้ทันท่วงทีก็น้อยรายนักที่จะตีคุณตายโดยเฉพาะพวกสาย Tank Role ที่ค่อนข้างแพ้ทางสาย Healer อยู่แล้ว โดยในสาย Heal นี้ Status ที่เน้นหลักๆเลยคือค่า Restoration เพราะว่ายิ่งมีเยอะก็ยิ่งทำให้ Heal ได้แรงขึ้นส่วน Status อื่นๆก็งูๆปลาๆกระจายๆไปไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่

Sorcery สาย DPS (PvE)

ในส่วนของสาย DPS นั้นส่วนใหญ่ใช้ใน PvE แบบเก็บเลเวลเดี่ยวๆหรือลงดันแล้วมี Healer ซ้ำเกินความจำเป็นมากกว่าที่จะเล่นเป็นสายหลัก สายนี้เน้นการสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูเป็นหลัก เหมาะกับการเล่นคนเดียวมากกว่าการลงดันเป็นปาตี้ แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่าคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปาตี้เพื่อเก็บค่า Currency ต่างๆภายในเกม หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเล่นเป็นปาตี้นั่นเอง โดยสายนี้ยังคงจะเน้นค่า Restoration เป็นหลักแต่อาจจะเพิ่มในส่วนของ Gear บางชิ้นที่มีค่า Precision มากขึ้น หรือเลือกใช้อาวุธหนักเพื่อเพิ่มความเสียหายจากการ Combo ของอาวุธให้มากขึ้น

จุดเด่นเฉพาะของ Sorcery Power

ในส่วนของสาย Sorcery นั้นจะเป็นสายที่ Summon ให้เลือกใช้ค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็น Totem สกิลแบบวางพื้นเป็นวงกว้าง (กว้างมากด้วย) หรือ Summon pet แบบทิ่วิ่งตามเรา โดย Summon แต่ละสายก็จะมีความสามารถต่างกันไปส่วนใหญ่ๆไม่ได้เน้นเรียกมาช่วยโจมตีแต่เน้นเรียกมา Support มากกว่าโดยมีทั้งมาฮีล มาเพิ่มพลังโจมตีฯ เรียกได้ว่าจะต้องเรียกใช้ให้ถูกสถานการณ์ก็จะช่วยให้คุณเล่น Sorcery ได้ราบรื่นขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้น Sorcery ยังมีความสามารถในการสร้าง Aura ที่จะเพิ่มความเสียหายเมื่อมัน Active โดย Aura พวกนี้จะ Active เมื่อคุณล้มศัตรูของคุณลงได้ และเมื่อมัน Active สกิลบางสกิลของคุณจะเพิ่มความสามารถความเสียหายจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง

คำแนะนำสำหรับอุปกรณ์ของสาย Sorcery Power

ในส่วนนี้เราจะแบ่งเป็นชิ้นๆไปดังนี้โดยจะยังไม่พูดถึงการ Mod Modify ของอุปกรณ์ชิ้นต่างๆ แต่จะเจาะลึกอีกทีในบทความต่อๆไปที่จะออกมา อย่างที่กล่าวมาทุกบทความใน Power series ของเราว่าเกมนี้เป็น End game content คือเริ่มเล่นจริงๆตอนที่เราเลเวล “ตัน” แล้ว โดยช่วงก่อนเลเวลตันนั้นมันเป็นแค่การฝึกการใช้ชีวิตในโลกโหดร้ายใบนี้เท่านั้น โดยอาวุธชุดเกราะในเกมนั้นแบ่งออกเป็น Tier ทั้งหมด 5 Tier โดยยิ่ง Tier สูงขึ้นก็จะให้ค่า ป้องกันต่างๆมากขึ้นและ Status ต่างๆมากขึ้นตามไปด้วย โดย Gear เหล่านั้นต้องได้จากการเก็บ Currency หรือแต้มต่างๆจากการลงดันเพื่อหามาเท่านั้นไม่ใช่จากการ Drop แต่ว่าไอเทมที่ได้รับจากการ Drop ก็มีอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่มีประสิทธิภาพสูง

ชุดเกราะ

ในส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2ประเภทใหญ่ๆคือชุดเกราะที่ฟิคมาแล้วส่วนใหญ่จะเป็นชุดเกราะที่เราได้จากการใช้เงิน หรือ Currency ต่างๆ แต้มต่างๆในเกมเป็นตัวแลก โดยชุดเกราะเหล่านั้นส่วนใหญ่จะมีค่า Status ที่ฟิคชัดเจนตายตัวอยู่แล้ว และอีกประเภทคือพวกาอาวุธชุดเกราะที่สุ่มตกจาก Dungeon ซึ่งโดยความเห็นของอิชั้นแล้วไม่ค่อยมีนัยอะไรมากนักของที่ได้จากการแลก Currency แต้มต่างๆดีกว่าค่อนข้างมากแต่ถ้าเราไม่ลงดันเลยก็ไม่ได้เพราะเราต้องเก็บแต้มเหล่านี้จากการลงดัน โดยสำหรับสาย Sorcery ก็มีชุดเกราะที่แลกได้เท่ากับสายอื่นๆคือชุดเกราะประจำ Role คือ Healer Gear และ DPS Gear ซึ่งส่วนใหญ่คนก็จะเลือก Healer Gear มากกว่าค่ะ

 อาวุธ

สาย Sorcery นั้นอาวุธยังคงมีความจำเป็นสูงมาก คุณจะต้องเลือกอาวุธที่ทำคอมโบได้ง่ายและไม่คลุกวงใน เช่น Hand Blaster (คล้ายๆถุงมือยิงพลัง), ธนู หรือ ปืนคู่ แต่ที่เห็นนิยมเล่นจริงๆเลยก็คือ ธนู, Hand Blaster กับอาวุธระยะไกลอื่นๆ  ค่ะ เพราะว่าการที่ค่า Power ของคุณจะขึ้นได้นั้นคุณจะต้องทำ Hit combo ให้ได้ยาวนานที่สุด เพราะในเกม DC Universe นั้นมานาของคุณจะไม่ฟื้นขึ้นเลยถ้าหากว่าคุณไม่โจมตีด้วยอาวุธ ที่สำคัญอย่าลืมว่าสายของคุณทำหน้าที่หลักในปาตี้คือการ Heal ให้กับเพี่อนๆในปาตี้ถ้าหากคุณเลือกอาวุธประชิดตัวที่ทำให้ต้องคลุกวงในมันจะทำให้คุณทำ Hit combo ยากขึ้น ยิ่งเวลาตีบอสต่างๆการเข้าไปคลุกวงในบอสนี่เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลยสำหรับ Healer Role เพราะว่าหากว่าคุณเกิดตายขึ้นมาเพื่อนๆในปาตี้โดยเฉพาะ Tanker ก็ร่วงผลอยแน่นอนและปาตี้จะล่มในที่สุด เพราะฉะนั้นเลือกอาวุธโจมตีระยะไกลพวก ธนู หรือปืนคู่ จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน เพราะคุณจะสามารถยิงทำ hit combo ในระยะไกลเพื่อฟื้นมานาของตัวเอง และใช้มานานั้นๆเติมให้กับเพื่อนๆในปาตี้ได้ค่ะส่วนในการ PvP อย่างที่บอกว่าก็เห็นผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เล่นพวกอาวุธหนักชนิดยัดแลกกันกับศัตรูเพื่อเพิ่มความเสียหายให้มากขึ้น

เครื่องประดับ

พวกเครื่องประดับก็ไม่มีอะไรค่ะเน้น Status ที่คุณเล่นก็เท่านั้นเองแต่ว่าก็หายากนิดนึงนะคะส่วนใหญ่ แล้วเราจะใช้ เครื่องประดับที่ได้จากการลงดันเจี้ยนเป็นส่วนมากค่ะตรงนี้ก็แค่เน้นตาม Status ก็เท่านั้นค่ะ แนะนำให้เน้น Restoration ไปเลยค่ะ

Gadget

คืออุปกรณ์สวมใส่คล้ายๆเครื่องประดับแต่มันจะมี Affinity พิเศษพูดง่ายๆคือบางอันมี Active Skill ให้กดใช้เช่นทำให้ไม่โดน CC ใดเลยเป็นเวลา 5วินาทีเป็นต้น พร้อมกับ Status ที่มีมาให้พอสมควรซึ่งคุณก็อาจจะเลือก Gadget ที่ทำให้หลุดจากการโดน CC หรือเพิ่มค่า Restoration เพื่อที่คุณจะได้สามารถกดก่อนที่จะใช้สกิล Heal หรือพวกเกราะลดความเสียหายเพื่อที่จะเพิ่มอัตราการดูดซับความเสียหายให้มากขึ้น

Movement ที่นิยมใช้

Flying ค่ะที่นิยมที่สุดเพราะคุณสามรถลอยตัวแล้วหรอยยิงจากที่สูงได้ เวลาพลาดพลั้งก็แจ้นหนีขึ้นฟ้าเลยค่ะ ยกเว้นเจอสายแบบดึงลงนี่ก็ตกสวรรค์กันไป หรือถ้าตกลงปลงใจจะเล่นพวกอาวุธหนักเช่นพวก Two- Hand ก็เลือก Acrobatic ก็ได้ค่ะ

*หมายเหตุ ในส่วนของ Role นั้นๆส่วนใหญ่แล้วจะใช้ค่า State แทบไม่ต่างกันเลยค่ะ ถ้าจะเล่นให้ต่างกันไปก็ต้องเล่นสายแปลกๆซึ่งไม่มีความจำเป็นเพราะทุกอย่างเกี่ยวกับ Gear และอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นอื่นๆยกเว้นอาวุธค่อนข้าง Fix อยู่แล้วส่วนที่เหลือคือ Step ในการเล่น และการเลือกอัพค่า Innate ของอาวุธต่างๆและ Power ที่จะเป็นตัวแปลให้เกิดความหลากหลาย

Sorcery Power skill set

สำหรับ Sorcery Power แบ่ง Skills set ออกเป็นสองสายเหมือนๆกันกับ Power อื่นๆโดยแบ่งเป็น Summon และ Destiny โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้

Summon Skill Set

ใช้พลังเวทย์มนต์ดูดกลืนพลังจากศัตรูที่พ่ายแพ้ให้แก่คุณ เพื่อเพิ่มพลัง และใช้วิญญาณเหล่านั้นในการเรียกเหล่าอสูรมาช่วยเหลือคุณ โดยเมื่อคุณอัพสกิลสายนี้จนเต็ม จะได้รับ Status พิเศษต่างๆดังนี้

sommon map

Specializing เมื่ออัพ Skill ในสายนี้จนเต็มสาย: +1% โอกาสการโจมตีติดคริติคอล และ +2% โอกาส Heal ติดคริติคอล

Healing Role: เมื่ออยู่ใน Healing Role ความเสียหายต่างๆที่คุณทำจะลดลง 25% แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการ Heal และ ดูดซับความเสียหายขึ้น 65%

Player versus Player: สำหรับในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกับผู้เล่นด้วยกันนั้น เมื่อคุณอยู่ใน Healing Role  คุณจะได้เปรียบพวก Tank Role ทั้งหลายคือเมื่อคุณใช้ Power Skill (สกิลกดใช้) ของคุณใส่ Tank Role ความเสียหายที่เข้าจะไม่คิดค่าป้องกัน และเพิ่มอัตราความเสียหายขึ้น 135%

รูป Skills

ชื่อ Skills

คำอธิบาย

Power Cost

Tier 1

P1

Summon Guardian

เรียกวิญญาณแห่งผู้ปกป้อง Guardian ออกมาช่วยคุณ โดยมันสามารถ Stun ศัตรูของคุณ และทำให้ศัตรูของคุณล้มลงได้ และเมื่อ HP ของคุณลดต่ำลงกว่า 50%Guardian จะใช้สกิล Taunt ใส่ศัตรู (NPC) ทำให้ศัตรูหันไปตี Guardian แทนการโจมตีคุณ

*Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Red Soul Aura เมื่อคุณทำการพิชิตศัตรูของคุณลงได้

340

Tier 2

P2

Boon of Souls

ปกป้องตัวคุณและเพื่อนๆคนอื่นๆในปาตี้อีก 3คนด้วย Protective Barriers ที่ช่วยลดอัตราความเสียหายที่เข้ามา

*สามารถใช้ได้เมื่อติดสถานะถูก control 

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ Red Soul Aura เมื่อคุณทำการพิชิตศัตรูของคุณลงได้ และทำให้ศัตรูโดนความเสียหายเมื่อโจมตีใส่คุณ

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

อัตราการสลายความเสียหาย = 125% ของค่า Restoration เมื่ออยู่ใน Healing Role

อัตราการสลายความเสียหาย = 60% ของค่า Restoration เมื่ออยู่ใน Damage Role

270

P3

Soul Well

สร้างขอบเขตเวทย์มนต์ที่จะฟื้นฟู HP ให้กับคุณเมื่อคุณอยู่ในอาณาเขต หากคุณอยู่ใน Damage Role ขอบเขตเวทย์นี้จะสร้างความเสียหายแบบต่อเนื่องให้กับศัตรูของคุณที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และเมื่อศัตรูของคุณถูกล้มลงภายในขอบเขตเวทย์นี้เพื่อนๆในปาตี้ของคุณจะได้รับบัพเพิ่มอัตราความเสียหายจากการโจมตีติด Critical หากคุณอยู่ใน Healer Role เพื่อนๆของคุณที่อยู่ในขอบเขตเวทย์นี้จะได้รับการฟื้นฟู HP ต่อเนื่อง และเมื่อศัตรูถูกพิชิตลงภายในขอบเขตเวทย์นี้ ขอบเขตเวทย์ก็จะทำการฮีลเพื่อนๆของคุณอีกเช่นกัน

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Red Soul Aura เมื่อคุณทำการล้มศัตรูของคุณลงได้ภายในอาณาเขตของสกิลนี้

Healing Role: ฟื้นฟู HP ให้กับเพื่อนๆอของคุณที่อยู่ในอาณาเขตของสกิลอย่างมากเมื่อศัตรูถูกพิชิตในอาณาเขตของสกิลนี้

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

250

P4

Wrath

ร่ายเวทย์มนต์แห่งความโกรธเข้าโจมตีศัตรูของคุณ

Power Interactions: สร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับศัตรูเมื่อศัตรูติดสถานะ *Bad Karma หรือเมื่อคุณอยู่ในสถานะ *Red Soul Aura

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

200

Tier 3 ต้องการ Lv. 8

P5

Summon Watcher

เรียกอสูรผู้เฝ้ามอง The Watcher ขึ้นมาช่วยคุณในการต่อสู้ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟู HP ให้กับคุณและเพื่อนๆในปาตี้ของคุณ

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Red Soul Aura เมื่อคุณทำการพิชิตศัตรูของคุณลงได้

เมื่ออยู่ใน Healing Role: The watcher จะช่วยฟื้นฟู HP ให้กับคุณและเพื่อนๆในปาตี้

340

P6

Transcendence

ใช้พลังเวทย์มนต์ต้องห้ามในการปกป้องคุณและพวกพ้อง เมื่ออยู่ในผลของสกิลนี้จะทำให้ความเสียหายทั้งหมดถูกสลายไป และคุณและเพื่อนๆของคุณจะได้รับการฟื้นฟู HP และ Power (มานา) แบบต่อเนื่อง

ใช้ 50% *Supercharge Cost

 50% SC

P7

Grand Summoning

เวทย์มนต์ต้องห้ามจากคัมภีร์ลับที่จะเรียกอสูรที่ทรงพลังขึ้นมาช่วยคุณต่อสู้ เรียก The Grand Watcher, The Grand Fury และ The Grand Guardian (เหมือนกันกับ Summon ปรกติแต่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น)

ใช้ 100% *Supercharge Cost

 100% SC

P8

Summon Fury

เรียกอสูรแห่งความแค้น The Fury ขึ้นมาช่วยคุณต่อสู้ มันสามารถโจมตีศัตรูของคุณทำให้ศัตรูของคุณล้มลง

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Red Soul Aura เมื่อคุณทำการพิชิตศัตรูของคุณลงได้

340

Tier 4 ต้องการ Lv. 12

P9

Transmutation

แปลงธาตุจากวัตถุให้กลายเป็นพลังทางเวทย์มนต์ สร้างความเสียหายให้กับศัตรูอย่างรุนแรงและทำให้ศัตรูล้มลง

Power Interactions: สร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับศัตรูเมื่อศัตรูติดสถานะ *Bad Karma หรือเมื่อคุณอยู่ในสถานะ *Red Soul Aura

เมื่ออยู่ใน Healing Role: ระเบิดศัตรูของคุณและฟื้นฟู HP ให้กับเพื่อนร่วมทีมที่อยู่รอบๆ

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 45%จนกว่า *Hit Counter Reset

300

Tier 5 ต้องการ Lv. 16

P10

Offering

ฟื้นฟู HP ให้กับคุณและเพื่อนๆในปาตี้อีก 3คน และฟื้นฟู Power (มานา) ให้กับ Summon ของคุณ และ NPC ที่เป็นฝ่ายเดียวกับคุณ (คือฟื้นมานาให้กับพวกเดียวกันที่ไม่ใช่ผู้เล่น เช่น NPC นำทางเควสที่คุณต้องปกป้อง อะไรประมาณนั้น)

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

425

P11

Shard of Life

โจมตีศัตรูของคุณด้วยพลังเวทย์มนต์อันรุนแรง ทำให้ศัตรูติดสถาน Stun และระเบิดสร้างความเสียหายให้กับศัตรูรอบๆเป้าหมายด้วย

เมื่ออยู่ใน Healing Role: เพื่อนๆของคุณที่อยู่ใกล้ๆเป้าหมายที่คุณโจมตีด้วยสกิลนี้จะได้รับการฟื้นฟู HP แบบต่อเนื่อง

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

350

P12

Soul Storm

ปล่อยพายุพลังเวทย์อย่างรุนแรงสร้างความเสียหายให้กับศัตรูของคุณและทำให้ศัตรูล้มลง

*Vulnerable to Interrupt

Power Interactions: สร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับศัตรูเมื่อศัตรูติดสถานะ *Bad Karma หรือเมื่อคุณอยู่ในสถานะ *Red Soul Aura

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

300

Destiny Skills Set

เจ้าแห่งการควบคุมสรรพสิ่ง เข้าถึงกฎแห่งพลังทั้งมวลเพื่อนำทางพวกพ้องไปสู่ชัยชนะ และดึงศัตรูลงสู่เหวลึกแห่งความพ่ายแพ้ โดยเมื่อคุณอัพสกิลสายนี้จนเต็ม จะได้รับ Status พิเศษต่างๆดังนี้

destiny map

Specializing เมื่ออัพ Skill ในสายนี้จนเต็มสาย: +5% ความเสียหายจากการโจมตีติดคริติคอล และ +5% อัตราการฟื้นฟู HP จากการ Heal ติดคริติคอล

Healing Role: เมื่ออยู่ใน Healing Role ความเสียหายต่างๆที่คุณทำจะลดลง 25% แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการ Heal และ ดูดซับความเสียหายขึ้น 65%

Player versus Player: สำหรับในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกับผู้เล่นด้วยกันนั้น เมื่อคุณอยู่ใน Healing Role  คุณจะได้เปรียบพวก Tank Role ทั้งหลายคือเมื่อคุณใช้ Power Skill (สกิลกดใช้) ของคุณใส่ Tank Role ความเสียหายที่เข้าจะไม่คิดค่าป้องกัน และเพิ่มอัตราความเสียหายขึ้น 135%

รูป Skills

ชื่อ Skills

คำอธิบาย

Power Cost

Tier 1

P1

Condemn

โจมตีศัตรูของคุณทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun และสร้างความเสียหายแบบต่อเนื่อง

Power Interactions: ขึ้นกับ Role ที่คุณอยู่ในขณะใช้สกิล ทำให้ศัตรูติดสถานะ *Bad Karma ซึ่งหากว่าคุณอยู่ใน Healer Role สถานะนี้จะทำให้ศัตรูของคุณเมื่อโจมตีจะทำการฟื้นฟู HP ให้กับเป้าหมายที่เขาโจมตี หรือเมื่ออยู่ใน Damage Role เมื่อศัตรูที่ติดสถานะนี้โจมตีจะสร้างความเสียหายให้กับพวกพ้องของศัตรู

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

240

Tier 2

P2

Rejuvenate

ใช้พลังเวทย์มนต์ติดต่อกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ฟื้นฟู HP ให้กับตัวคุณเองทันที และฟื้นฟู HP ให้กับเพื่อนในปาตี้ที่มี HP ต่ำที่สุด

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Golden Soul Aura ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการ Heal ติดคริติคอลขึ้นอีก 10%

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

250

P3

Soul Siphon

ร่ายเวทย์มนต์ดูดกลืนวิญญาณของศัตรู และดึงศัตรูจากทางด้านหน้าของคุณเข้ามาหาตัวคุณ

Power Interactions: ขึ้นกับ Role ที่คุณอยู่ในขณะใช้สกิล ทำให้ศัตรูติดสถานะ *Bad Karma ซึ่งหากว่าคุณอยู่ใน Healer Role สถานะนี้จะทำให้ศัตรูของคุณเมื่อโจมตีจะทำการฟื้นฟู HP ให้กับเป้าหมายที่เขาโจมตี หรือเมื่ออยู่ใน Damage Role เมื่อศัตรูที่ติดสถานะนี้โจมตีจะสร้างความเสียหายให้กับพวกพ้องของศัตรู

เมื่ออยู่ใน Healing Role: ฟื้นฟู HP ของคุณและเพื่อนในปาตี้ ทำให้คุณได้รับสถานะ *Golden Soul Aura ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการ Heal ติดคริติคอลขึ้นอีก 10%

เมื่ออยู่ใน Damage Role: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Red Soul Aura เมื่อทำการพิชิตศัตรูของคุณลงได้. เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

220

P4

Vengeance

ยิงลำแสงเวทย์มนต์เข้าทำลายล้างศัตรู สร้างความเสียหายและทำให้ศัตรูล้มลง

Power Interactions: สร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับศัตรูเมื่อศัตรูติดสถานะ *Bad Karma และเมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะ *Bad Karma จะทำให้คุณได้รับสถานะ *Golden Soul Aura ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการ Heal ติดคริติคอลของคุณอีก 10%

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 35%จนกว่า *Hit Counter Reset

200

Tier 3 ต้องการ Lv. 8

P5

Polymorph

สาปศัตรูของคุณให้กลายเป็นสัตว์ในระยะเวลาสั้นๆ สร้างความเสียหาย และทำให้ศัตรูของคุณต่อสู้ไม่ได้ นอกจากนั้นเพื่อนของคุณที่โจมตีศัตรูที่ถูกสาปนี้ยังจะได้รับการฟื้นฟู HP ส่วนหนึ่งอีกด้วย

ใช้ 25% *Supercharge Cost

25% SC

P6

Karmic Backlash

ระเบิดศัตรูด้วยพลังเวทย์มนต์ ทำให้ศัตรูล้มลง และสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายและศัตรูรอบๆเป้าหมายด้วย

Power Interactions: ขึ้นกับ Role ที่คุณอยู่ในขณะใช้สกิล ทำให้ศัตรูติดสถานะ *Bad Karma ซึ่งหากว่าคุณอยู่ใน Healer Role สถานะนี้จะทำให้ศัตรูของคุณเมื่อโจมตีจะทำการฟื้นฟู HP ให้กับเป้าหมายที่เขาโจมตี หรือเมื่ออยู่ใน Damage Role เมื่อศัตรูที่ติดสถานะนี้โจมตีจะสร้างความเสียหายให้กับพวกพ้องของศัตรู

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 40%จนกว่า *Hit Counter Reset

250

P7

Baleful Transmogrification

สาปศัตรูของคุณด้วยเวทย์มนต์อันร้ายกาจ สร้างความเสียหายอย่างหนัก และทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun , Root และทำให้ศัตรูกลายร่างเป็นสุนัข พร้อมทั้งสร้างความเสียหายแบบต่อเนื่องอีกด้วย

ใช้ 50% *Supercharge Cost

50% SC

Tier 4 ต้องการ Lv. 12

P8

Invocation of Renewal

ใช้พลังลึกลับทำให้ศัตรูของคุณล้มลง และฟื้นฟู Hp ของคุณและเพื่อนของคุณในปาตี้แบบต่อเนื่อง เพื่อนของคุณที่มี HP ต่ำกว่า 35% จะได้รับการฟื้นฟู HP แบบต่อเนื่องรวดเร็วยิ่งขึ้น

*Vulnerable to Interrupt

Power Interactions: ทำให้คุณได้รับสถานะ *Golden Soul Aura ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการ Heal ติดคริติคอลขึ้นอีก 10%

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

340

P9

Weapon of Destiny

เคลือบพลังเวทย์มนต์ของคุณลงบนอาวุธ ทำให้การโจมตีด้วยอาวุธของคุณเพิ่มความเสียหายมากขึ้น

Power Interactions: ขึ้นกับ Role ที่คุณอยู่ในขณะใช้สกิล ทำให้ศัตรูติดสถานะ *Bad Karma ซึ่งหากว่าคุณอยู่ใน Healer Role สถานะนี้จะทำให้ศัตรูของคุณเมื่อโจมตีจะทำการฟื้นฟู HP ให้กับเป้าหมายที่เขาโจมตี หรือเมื่ออยู่ใน Damage Role เมื่อศัตรูที่ติดสถานะนี้โจมตีจะสร้างความเสียหายให้กับพวกพ้องของศัตรู

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 45%จนกว่า *Hit Counter Reset

240

Tier 5 ต้องการ Lv. 16

P10

Circle of Destiny

สร้างวงพลังเวทย์มนต์ เอฟเฟคของวงเวทย์ขึ้นกับ Role ในขณะที่คุณใช้

Circle of Protection

เมื่ออยู่ใน Healing Role เมื่อใช้สกิลนี้จะสร้างวงเวทย์แห่งการปกป้องขึ้นใต้เป้าหมายของคุณ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟู HP ให้กับเพื่อนๆในปาตี้ที่เหยียบอยู่บนวงเวทย์

Circle of Destruction

เมื่ออยู่ใน Damage Role เมื่อใช้สกิลนี้จะสร้างวงเวทย์แห่งการทำลายขึ้นใต้เป้าหมาย ทำให้ศัตรูที่ยืนอยู่บนวงเวทย์ได้รับความเสียหายแบบต่อเนื่อง

*Vulnerable to Interrupt

Power Interactions: ทำให้ศัตรูถูกสาปให้เปลี่ยนรูปร่าง และทำให้ศัตรูติดสถานะ *Bad Karma สร้างความเสียหายให้กับศัตรูและทำให้ศัตรูถูกตรึงอยู่กับที่

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

350

P11

Arbiter of Destiny

ใช้พลังเวทย์มนต์ต้องห้ามเปลี่ยนร่างของคุณให้กลายเป็นสุดยอดเจ้าแห่งชะตากรรม ทำให้สกิลทั้งหมดในสาย Destiny เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อคุณอยู่ในร่างนี้จะไม่สามารถใช้การโจมตีด้วยอาวุธได้

*สามารถใช้ได้เมื่อติดสถานะถูก control 

ใช้ 50% *Supercharge Cost

50% SC

P12

Final Ruin

ระเบิดศัตรูของคุณด้วยพลังเวทย์ทำลายล้างอันรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและทำให้ศัตรูล้มลง หากว่าศัตรูของคุณมี HP ต่ำกว่า 35% สกิลนี้จะสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้น

เมื่ออยู่ใน Damage Role: เพิ่มอัตราความเสียหายของการโจมตีทุกชนิดของเรา 50%จนกว่า *Hit Counter Reset

350

คำขยายความคำเฉพาะ (*)

*Vulnerable to Interrupt คือ Skill นี้แพ้การโจมตีที่มีสภาพเป็น  Interrupt  หากตอนเราใช้ Skill นี้แล้วโดนท่าโจมตีของศัตรูที่เป็น Interrupt  สวนมาจะทำให้เราล้มลงและโดนความเสียหายสะท้อนกลับ

*Vulnerable to Block คือ Skill นี้แพ้การ “Block” ถ้าหากเราใช้ Skill นี้ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม block เราจะโดนความเสียหายสะท้อนกลับ และล้ม

*Hit Counter Reset คือ เมื่อเราทำการโจมตีต่อเนื่องจะมี Combo Hit ขึ้นมาบนจอ เอฟเฟคนี้จะคงอยู่จนกว่าที่ Combo Hit บนจอจะหายไป

*Power Interactions คือ Effect พิเศษของ Power Skills

*สามารถใช้ได้เมื่อติดสถานะถูก control อยู่ คือ สกิลนี้สามารถกดใช้ได้เมื่อเราตกอยู่ในสถานะ control โดยศัตรู ทำให้หลุดจากการถูก control

*Bad Karma คือ สถานะพิเศษที่เกิดจากการใช้สกิลในสาย Sorcery Power ทำให้ศัตรูเกิดเอฟเฟคเมื่อโจมตีตาม Role ที่คุณอยู่ในขณะนั้น คือเมื่อคุณอยู่ใน Healer Role ศัตรูที่ติดสถานะนี้จะฟื้นฟู HP ให้กับเป้าหมายที่เขาโจมตีในขณะที่โจมตีไปด้วย และเมื่อคุณอยู่ใน Damage Role ศัตรูที่ติดสถานะนี้จะสร้างความเสียหายให้เพื่อนในปาตี้คนอื่นในขณะที่เขาโจมตี

*Red Soul Aura คือ สถานะพิเศษที่คุณจะได้รับจากการใช้สกิลในสายของ Sorcery Power เมื่อคุณได้รับสถานะนี้จะทำให้สกิล Soul Storm, Transmutation และ Wrath สร้างความเสียหายเพิ่มเติมมากขึ้น และเกราะที่ได้รับจากสกิล Boon of Souls จะสะท้อนความเสียหายบางส่วนกลับไปให้กับศัตรู

*Golden Soul Aura คือ สถานะพิเศษที่จะเพิ่มโอกาสในการ Heal ติดคริติคอลของคุณขึ้น 10%

เอาล่ะก็จบไปแล้วกับสาย Sorcery Power นะคะใครทีชอบเวทย์มนต์ ชอบสาป ชอบ Heal หรือ Support ปาตี้ก็พราดไม่ได้เลยที่จะลองเล่นสายนี้ โดยสกิลสายนี้ตัวเด่นๆเลยในเกมก็จะเป็นฝั่งร้ายที่ชื่อว่า Circe ค่ะเป็น 1 ใน 3 จอมวายร้ายที่เป็นหัวโจกของเกมนี้ที่มาจากเรื่อง Wonder Woman ชีเป็น Goddess ที่ทรงพลังเวทย์มนต์มากๆ ก็เอาเป็นว่าใครชอบ Power แนวๆนี้ก็เล่นอันนี้ล่ะค่ะถูกต้องดีงาม สุดท้ายนี้ก็ต้องฝากเพื่อนๆ Like& Shared ให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆคนอื่นๆที่สนใจจะเล่นเกมนี้ด้วยนะคะ โดยกำหนดการล่าสุดเห็นว่าน่าจะเป็นเดือน กุมภาพันธ์ 2014 นี่ล่ะค่ะแต่วันยังไม่ได้กำหนด ยังไงเพื่อนๆก็สามารถติดตามไกด์เกมดีๆคุณภาพแบบนี้ได้โดยตรงจากทาง www.itinmod.com หรือจะกดติดตามเราทาง Facebook Fanpage:  https://www.facebook.com/iTinMod ก็ได้เช่นกันค้า วันนี้แอดมินไปแระจ้าเจอกันกับไกด์ถัดไปจะเป็น Power อะไรก็รอชมนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก  dcuniverse.wikia.com 

 

ร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็นบทความ

http://www.itinmod.com/forum/forum.php?mod=viewthread&tid=11&extra=page%3D1

Share
15fd15ce7c9be2755f1311b94febf5f3.jpg